"สมคิด" ตั้งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก-นักวิชาการห่วงส่งออกไทย

"สมคิด" ตั้งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก-นักวิชาการห่วงส่งออกไทย

"สมคิด" ตั้งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก-นักวิชาการห่วงส่งออกไทย

รูปข่าว : "สมคิด" ตั้งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก-นักวิชาการห่วงส่งออกไทย

การกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.2559) อาจจะทำให้มีความหวังหากแผนที่วางไว้เดินไปตามเป้าหมาย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออก

"สิ่งแรกเลย หากจะพัฒนาจากภายใน หัวใจของเศรษฐกิจคือฐานราก ถ้า 30 ล้านคนไม่ได้รับการพัฒนา เศรษฐกิจเมืองไทยไม่มีทางจะดีได้เลย ถึงดีก็ดีบางส่วนและสุดท้ายจะเกิดช่องว่างในสังคมที่ใหญ่มาก ง่ายมาต่อการปลุกปั่นให้เกิดการเมืองกลียุค" นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ประกาศบนเวทีปาฐกถาอีกครั้งถึงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2559 แม้เศรษฐกิจโลกอาจไม่ฟื้นตัวอย่างที่หวัง นโยบายของนายสมคิดจึงต้องการฟื้นและสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตจากภายใน "แบบพอเหมาะ" ผ่านเครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัว ทั้งด้านการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ การสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตรและการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรกรรม

ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า แนวทางสร้างความยั่งยืนให้เศรษฐกิจที่ฐานรากจะช่วยเพิ่มอำนาจการจับจ่าย เกิดการกระจายรายได้ ซึ่งจะส่งผลดีแก่เศรษฐกิจทั้งระบบ

"ถ้าเราสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากก็คือพื้นที่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นโอท็อป พื้นที่ของคนในหมู่บ้าน เกษตรกร หรือเอสเอ็มอี กลุ่มคนเหล่านี้หากเขามีรายได้มากขึ้นและมีความมั่นคงทางรายได้ก็จะจับจ่ายใช้สอยเยอะ เพราะจากประสบการณ์จริงเรื่องงานวิจัยพบว่าผู้ที่อยู่ในระดับฐานรากหรือมีรายได้น้อย เงิน 100 บาทของเขาจะใช้เต็มจำนวนและเงินหมุนเวียนจะเร็ว การกระตุ้นเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นเร็ว ส่วนผู้ที่มีรายได้มากจะเก็บเงินไว้ในธนาคาร ซึ่งจะทำให้หมุนเวียนช้า" ผศ.ธนวรรธน์ กล่าว

แม้รัฐบาลจะเร่งเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ แต่ความผันผวนในเศรษฐกิจโลกทำให้ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ประเมินว่า ส่งออกไทยจะขยายตัวเต็มที่ได้แค่ร้อยละ 2 จากเป้าหมายของนายสมคิดที่ร้อยละ 5 รัฐบาลจึงจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน

"ถ้าเราจะผลักดันส่งออกให้ขยายตัวเกินกว่ากำลังที่ทำได้ คิดว่าเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยาก แต่โจทย์ที่จะทำได้จะเป็นยุทธศาสตร์เชิง Niche มากกว่า ตรงไหนที่สามารถขยายตัวได้ด้วยสินค้าอะไร ก็จะต้องเจาะตลาดมากขึ้น แต่ฐานการขยายตัวในปี 2559 ค่อนข้างลำบาก อาจจะไม่หนักหน่วงเท่ากับปีที่แล้ว โดยรวมคาดว่าปีนี้ส่งออกน่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ 1.8 เปอร์เซ็น แต่ก็น้อยมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพและความสามารถในการส่งออกของเราในอดีตที่ผ่านมา" ผอ.ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธ.ทหารไทยกล่าว

ตลอดปี 2558 รัฐบาลอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและกระจายทุกกลุ่ม ตั้งแต่มาตรการกระตุ้นผ่านกองทุนหมู่บ้าน, โครงการตำบลละ 5 ล้านบาท, มาตรการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมวงเงินระยะแรก 1.36 แสนล้านบาท, มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์, ปรับปรุงระบบอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ, ลดอุปสรรคการลงทุน, ปรับปรุงบีโอไอและเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนทิ้งท้ายปีด้วยมาตรการช็อปช่วยชาติ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่ภารกิจปี 2559 ที่ทุกฝ่ายคาดหวังถึงผลที่จะเห็นอย่างเป็นรูปธรรม จึงนับเป็นการวัดฝีมือทีมเศรษฐกิจนักการตลาดระดับประเทศอย่างเต็มตัว

กลับขึ้นด้านบน