เครือข่ายสุขภาพนัดประชุมใหญ่ ประเมินผลกระทบ "ปลดบอร์ด สสส."

เครือข่ายสุขภาพนัดประชุมใหญ่ ประเมินผลกระทบ "ปลดบอร์ด สสส."

เครือข่ายสุขภาพนัดประชุมใหญ่ ประเมินผลกระทบ "ปลดบอร์ด สสส."

รูปข่าว : เครือข่ายสุขภาพนัดประชุมใหญ่ ประเมินผลกระทบ "ปลดบอร์ด สสส."

ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนนัดประชุมวันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.2559) เพื่อประเมินสถานการณ์ภายหลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 1/2559 ปลดกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และการที่คตร.สั่งชะลอกว่า 2,000 โครงการ

การประชุมของเครือข่ายองค์กรสร้างเสริมสุขภาพนอกจากจะพิจารณาถึงผลกระทบจากการปลดบอร์ดสสส.แล้ว ยังจะติดตามการคัดสรรหาบอร์ด สสส. และผู้จัดการ สสส. ที่จะมีการแต่งตั้งขึ้นภายในสัปดาห์นี้ด้วย รวมทั้งเตรียมหารือเรื่องการทบทวนมาตรการเคลื่อนไหวหลังจากที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆ กว่า 2,000 โครงการ ทำให้มูลนิธิหรือองค์กรต่างๆ ได้รับผลกระทบ และประเด็นเรื่องภาษีที่ทางกรรมสรรพากรตีความว่าองค์กรเอกชนที่ไปขอรับเงินสนับสนุนจาก สสส. ต้องถูกประเมินภาษีด้วย

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนกล่าวว่า เครือข่ายฯ จะจับตากระบวนการสรรหากรรมการบอร์ด สสส. โดยบุคคลที่จะเข้ามานั้น ต้องไม่เป็นคนที่เป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจที่เสียประโยชน์จากการทำงานของสสส. หรือ มีแนวคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการทำงานของสสส. เข้ามาอยู่ในบอร์ด ซึ่งตามกฎหมาย ยังให้สิทธิ์ภาคประชาชน เลือกบุคคลเสนอต่อคณะกรรมการสรรหา มาเป็นกรรมการ สสส.ได้

ส่วนการสรรหาตำแหน่งผู้จัดการ สสส.นั้น นายคำรณกล่าวว่า ควรเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจการทำงานของภาคประชาสังคม เพราะที่ผ่านมาภาคประชาชนลงพื้นที่ทำงาน โดยมี สสส. ทำหน้าที่เหมือนเลขานุการ

"ประการแรกบอร์ดสสส.จะต้องมีความเข้าใจการทำงานของภาคประชาสังคม เพราะสสส.มีบทบาทเป็นเหมือนเลขาฯ ผู้ที่ทำงานจริงๆ คือ องค์กรภาคประชาสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับทุน สสส.ไม่ได้เป็นคนดำเนินงานเอง ประการที่สอง ต้องเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของภาคประชาสังคมด้วยเพราะเราต้องทำงานด้วยกัน" นายคำรณระบุ

ขณะที่การประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ บอร์ด สสส.ในวันที่ 15 ม.ค.2559 จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและรับรองระเบียบข้อบังคับที่จะปรับปรุงทั้ง 26 ข้อ เพื่อให้ทุกโครงการของ สสส.เดินหน้าต่อไปได้ หลังจากนั้นจะส่งให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนามเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนมกราคมนี้ การเบิกจ่ายงบประมาณของ สสส.จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภายใต้ระเบียบข้อบังคับใหม่

กลับขึ้นด้านบน