ตร.แก่งกระจานแจ้งข้อหาจนท.อช.แก่งกระจาน เผาบ้านกะเหรี่ยงปี 54 โทษถึงประหารชีวิต

ตร.แก่งกระจานแจ้งข้อหาจนท.อช.แก่งกระจาน เผาบ้านกะเหรี่ยงปี 54 โทษถึงประหารชีวิต

ตร.แก่งกระจานแจ้งข้อหาจนท.อช.แก่งกระจาน เผาบ้านกะเหรี่ยงปี 54 โทษถึงประหารชีวิต

รูปข่าว : ตร.แก่งกระจานแจ้งข้อหาจนท.อช.แก่งกระจาน เผาบ้านกะเหรี่ยงปี 54 โทษถึงประหารชีวิต

ตำรวจส่งสำนวนคดีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเผาบ้านกะเหรี่ยง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปี 2554 ให้ ป.ป.ท.ดำเนินการตามกฎหมาย พบเข้าข่ายโทษอาญา ระวางโทษประหารหรือจำคุกตลอดชีวิต

นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือ กรณีชาวบ้านกะเหรี่ยงดั้งเดิมในผืนป่าแก่งกระจานถูกเผาบ้านและขับไล่ สภาทนายความ เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ชวลิต เกตุศรีเมฆ ผกก.สภ.แก่งกระจาน ทำหนังสือถึงปู่โคอิ มีมิ และทนายความ แจ้งกรณีที่ปู่โคอิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยคำสั่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดไฟเผาบ้านพร้อมยุ้งฉางและทรัพย์สินของตน ทั้งบังคับให้ตนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกจากพื้นที่

พนักงานสอบสวนซึ่งสอบสวนพยานหลักฐานพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพนักงานสอบสวนได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 19 ต.ค.2558 นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ อายุ 104 ปี ผู้นำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยบน หรือใจแผ่นดิน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจานว่า ประมาณเดือนพ.ค.2554 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งขาติแห่งกระจาน ในขณะนั้น ได้ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา จุดไฟเผาหรือร่วมกันจุดไฟเผาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ยุ้งฉาง และทรัพย์สิน จนเสียหายสมเจตนา

โดยวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมาที่บ้านพร้อมอาวุธปืน สั่งให้ออกจากบ้าน ซึ่งนายโคอิปฏิเสธและบอกว่าไปไหนไม่ได้ เพราะตามองไม่เห็น แต่เจ้าหน้าที่ก็ลากตัวออกจากบ้านไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำทรัพย์สินมาด้วย มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่สวมใส่เท่านั้น ในวันต่อมาได้ทราบจากลูกหลานว่า เจ้าหน้าที่จุดไฟเผาบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินไปหมดแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ เหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 และ 218 มีระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี

 

 

 

 ขอบคุณภาพทั้งหมด : วุฒิ บุญเลิศ

กลับขึ้นด้านบน