ตร.อินโดฯ เร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีกรุงจาการ์ตาเพิ่ม-มั่นใจไอเอสอยู่เบื้องหลัง

ตร.อินโดฯ เร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีกรุงจาการ์ตาเพิ่ม-มั่นใจไอเอสอยู่เบื้องหลัง

ตร.อินโดฯ เร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีกรุงจาการ์ตาเพิ่ม-มั่นใจไอเอสอยู่เบื้องหลัง

รูปข่าว : ตร.อินโดฯ เร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีกรุงจาการ์ตาเพิ่ม-มั่นใจไอเอสอยู่เบื้องหลัง

กว่า 30 ชั่วโมงจากเหตุระเบิดใจกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ(14 ม.ค.) ทางการอินโดนีเซียมั่นใจว่า กลุ่มไอเอสอยู่เบื้องหลังตามคำกล่าวอ้างจริง ทั้งยังสามารถระบุชื่อผู้ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน และยังสั่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัยเพิ่ม คาดมีอย่างน้อย 20 คน

วันที่ (15 ม.ค. 2559) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พล.ต.ต.อันตัน ชารียาน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ตำรวจอินโดนีเซียยังคงปฏิบัติการไล่ล่าผู้ร่วมก่อเหตุโจมตีกรุงจาการ์ตา ซึ่งคาดว่ามีอยู่ประมาณ 20 คน โดยคนกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายในเกาะชวาและเกาะสุลาเวสี รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส โดยมีนายบาห์รุน นาอิม ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มคาติบาห์ นูซานตารา และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของกลุ่มมูจาฮีดินอินโดนีเซียตะวันออก ( เอ็มไอที ) ซึ่งเป็นเครือข่ายของไอเอสบนเกาะสุลาเวสี เป็นผู้วางแผนการโจมตีครั้งนี้

ตำรวจอินโดนีเซีย เชื่อว่า นายนาอิมมีแนวคิดที่จะขยายเครือข่ายกลุ่มไอเอสไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายนาอิมน่าจะวางแผนการโจมตีกรุงจาการ์ตา ขณะพำนักอยู่ในซีเรียในขณะนี้ การโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อ (14 ม.ค.) ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 2 คน ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 5 คน ซึ่งในจำนวนนี้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวได้แล้ว 4 คน รวมทั้งมีผู้บาดเจ็บ 20 คน ทั้งนี้ตำรวจอินโดนีเซีย เปิดเผยรายชื่อ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ คือ นายอาฟิฟ ซูนาคิม เนื่องจากผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า เป็นผู้ถือปืนและสะพายเป้ในระหว่างเกิดเหตุโจมตี โดยนายซูนาคิมเคยมีประวัติถูกจำคุกนาน 7 ปี เนื่องจากเข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธและเคยก่อเหตุรุนแรงมาแล้ว

ล่าสุด ตำรวจอินโดนีเซียยังคงใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเน้นสถานที่ที่อาจจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ได้แก่ สถานีตำรวจ ที่ทำการของหน่วยงานรัฐบาลและสถานทูต โดยส่งทหารและตำรวจเข้าไปประจำการตามสถานที่ต่างๆ ขณะที่เกาะบาหลีซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติก็มีการสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ชี้แจงว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลด้อยประสิทธิภาพในการรับมือภัยคุกคามจากการก่อการร้าย เพราะรัฐบาลได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติอินโดนีเซียล่วงหน้าว่าอาจเกิดเหตุก่อการร้ายและได้ระดมกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา แต่ผู้ก่อเหตุกลับฉวยจังหวะก่อเหตุขึ้นจนได้

โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กองกำลังรักษาความปลอดภัยของฟิลิปปินส์ได้ถูกสั่งให้เตรียมความพร้อมรับมือกับภัยความมั่นคงในระดับสูงสุดแล้ว หลังเกิดเหตุโจมตีในอินโดนีเซีย โดยมาตรการดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันภัยเพื่อปกป้องพลเรือนและชุมชน แต่ในขณะนี้ยังไม่พบว่ามีกลุ่มติดอาวุธจากนอกประเทศเตรียมก่อเหตุรุนแรงหรือมีภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในฟิลิปปินส์แต่อย่างใด

 

กลับขึ้นด้านบน