สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ห่วงความขัดแย้งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ห่วงความขัดแย้งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ห่วงความขัดแย้งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

รูปข่าว : สวนดุสิตโพลระบุ ปชช.ห่วงความขัดแย้งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

สวนดุสิตโพลสำรวจพบประชาชนส่วนใหญ่กังวลความเห็นต่างการคัดค้านสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่จะนำไปสู่ความขัดแย้งของคณะสงฆ์และฆราวาส ด้านรองนายกรัฐมนตรีระบุยังไม่ได้รับรายงานมติ มส.เรื่องการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่

สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็นประชาชนกรณีการคัดค้านการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ โดยความเห็นต่อประเด็นความขัดแย้งมีถึงร้อยละ 79.18 ระบุว่า ทุกฝ่ายเห็นต่างได้ แต่ไม่ควรเคลื่อนไหว สร้างความแตกแยก, ร้อยละ 67.10 ควรติดตามข่าวอย่างมีสติ มีวิจารณญาณ, ร้อยละ 64.78 ควรรักษาภาพลักษณ์ของเมืองพุทธ

 

ส่วนข้อวิตกกังวลจากความขัดแย้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ 82.78 เห็นว่า การเคลื่อนไหว คัดค้านจะเกิดความขัดแย้งทั้งในหมู่คณะสงฆ์และฆราวาส, ร้อยละ 80.98 กังวลเรื่องการแต่งตั้งล่าช้า, ร้อยละ 70.18 กังวลการปล่อยข่าว บิดเบือนข้อเท็จจริงจะทำศาสนามัวหมอง

 

ผลสำรวจพบด้วยว่า ประชาชนถึงร้อยละ 76.86 อยากให้ทุกฝ่ายเร่งหาทางออกเรื่องนี้ โดยร้อยละ 71.98 เห็นว่า อาจใช้วิธีแต่งตั้งตำแหน่งรักษาการไปก่อน และร้อยละ 68.64 เห็นว่า การพิจารณาทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยุติธรรมและในฐานะพุทธศาสนิกชนมีถึงร้อยละ 74.55 ที่อยากให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ถูกต้อง เหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมาย, ร้อยละ 69.41 ขอให้ทุกคนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ช่วยกันทำนุบำรุงศาสนา และร้อยละ 61.70 ขอให้พระสงฆ์ยึดหลักพระธรรมวินัย ทำให้ประชาชนเลื่อมใสและศรัทธา

 

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานมติมหาเถรสมาคมเรื่องการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ จากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่ยังมีความเห็นต่างกับมติ มส.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงความเป็นห่วง ขณะที่นายสุวพันธ์ ได้แจ้งว่าขอเวลาศึกษาข้อเท็จจริง รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งหมดก่อน โดยหลังจากนี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาจนำเรื่องนี้มาปรึกษาอีกครั้ง

ด้านนายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล เพราะขณะนี้กระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ยังเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและประเพณีปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ สนพ.จะติดตามท่าทีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากมีความพยายามจากกลุ่มที่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และหลักปฏิบัติ อาจจะมีแนวทางเคลื่อนไหวต่อไป

ก่อนหน้านี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ชี้แจงกรณีการปล่อยข่าวว่านายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งการดีเอสไอเข้าตรวจสอบยึดรถโบราณในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและไม่เคยมีคำสั่งดังกล่าว ซึ่งกรณีนี้อาจเกี่ยวข้องกับที่พระพุทธะอิสระยื่นเรื่องขอให้ดีเอสไอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์ที่นำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวและขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างตรวจสอบรถยนต์จดประกอบกว่า 5,000 คัน ซึ่งก็รับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวนอยู่แล้ว จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการแนวทางและมาตรการปกป้องกิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (18 ม.ค.2559) จะไปยื่นหนังสือต่อดีเอสไอเพื่อให้เร่งรัดการตรวจสอบคดีรถหรูของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยเร่งหาข้อยุติทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม หลังมหาเถรสมาคมมีมติให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ขึ้นเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ตามที่บางฝ่ายกล่าวหา แต่คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556

กลับขึ้นด้านบน