วัดปากน้ำขอดีเอสไอตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” ระบุมีไว้แสดง-ไม่กังวลถูกโยงตั้งพระสังฆราช

วัดปากน้ำขอดีเอสไอตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” ระบุมีไว้แสดง-ไม่กังวลถูกโยงตั้งพระสังฆราช

วัดปากน้ำขอดีเอสไอตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” ระบุมีไว้แสดง-ไม่กังวลถูกโยงตั้งพระสังฆราช

รูปข่าว : วัดปากน้ำขอดีเอสไอตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” ระบุมีไว้แสดง-ไม่กังวลถูกโยงตั้งพระสังฆราช

วัดปากน้ำภาษีเจริญเชิญเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจสอบรถโบราณที่จัดแสดงภายในวัด พร้อมยืนยันจะให้ความร่วมมือกระบวนการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อชี้แจงข้อสังเกตที่หลายฝ่ายเชื่อมโยงถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่

วันนี้ (19 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า ไวยาวัจกร วัดปากน้ำภาษีเจริญ นำพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เยี่ยมชมภายในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตามคำเชิญของทางวัด โดยเฉพาะการเข้าตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ 3 คัน ที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ พร้อมทั้งยื่นเอกสารคู่มือการจดทะเบียน และยืนยันชื่อผู้ครอบครองรถตามลำดับ โดยเน้นที่รถเมอเซเดส-เบนซ์ รุ่น 300 ซึ่งผู้ที่ครอบครองคือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยรถคันนี้ยังถูกเชื่อมโยงถึงความเหมาะสมในการที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20

พ.ต.ต.วรณันเปิดเผยว่า ได้เข้ามาตรวจสอบตามคำเชิญของวัด ซึ่งแสดงความบริสุทธิ์ ให้ความร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยเบื้องต้นตั้งสมมุติฐานการตรวจสอบไปที่กระบวนการนำเข้า โดยจะประสานทั้งกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความชัดเจนกับสังคม

ด้านนายดำเกิง จินดาหรา ไวยาวัจกร วัดปากน้ำภาษีเจริญ เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ได้วิตกกังวล เพราะของทุกชิ้นในพิพิธภัณฑ์ทางสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีจุดประสงค์ให้ไว้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ได้ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมาย

“รถทุกคันมีที่มาแตกต่างกัน และบางคันเป็นของผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่มรณภาพไปแล้ว มอบให้วัดเพื่อจัดแสดง ส่วนกรณีการจดแจ้งที่มาของรถนั้น ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ขอให้เป็นการตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งไม่แสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการเชื่อมโยงประเด็นนี้กับความเหมาะสมในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช” นายดำเกิงกล่าว

กลับขึ้นด้านบน