ธรรมยาตราภาคเหนือวันที่ 2 พบพืชเศรษฐกิจบุกรุกป่า-กันพื้นที่ริมปิงเป็นแหล่งเจือจางสารเคมี

ธรรมยาตราภาคเหนือวันที่ 2 พบพืชเศรษฐกิจบุกรุกป่า-กันพื้นที่ริมปิงเป็นแหล่งเจือจางสารเคมี

ธรรมยาตราภาคเหนือวันที่ 2 พบพืชเศรษฐกิจบุกรุกป่า-กันพื้นที่ริมปิงเป็นแหล่งเจือจางสารเคมี

รูปข่าว : ธรรมยาตราภาคเหนือวันที่ 2 พบพืชเศรษฐกิจบุกรุกป่า-กันพื้นที่ริมปิงเป็นแหล่งเจือจางสารเคมี

เครือข่ายประชาชนภาคเหนือระบุ เดินธรรมยาตราวันที่ 2 ที่ป่าต้นน้ำปิง พบพืชเศรษฐกิจรุกพื้นที่ป่ามากขึ้น ขณะที่บางส่วนริมแม่น้ำปิงถูกใช้เป็นแหล่งเจือจางเคมีก่อนปล่อยลงน้ำ ทางเครือข่ายเตรียมรวบรวมข้อมูล-ข้อเสนอแนะ ก่อนนำไปแก้ไขปรับใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่

วันนี้ (21 ม.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินธรรมยาตราเพื่อรับรู้ปัญหาในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มแม่น้ำปิงและชุมชนของเครือข่ายประชาชนภาคเหนือ ในวันที่ 2 จุดสำคัญคือการเดินป่าระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ใน จ.เชียงใหม่

โดยจุดเริ่มออกเดินอยู่ที่หมู่บ้านเจียจันทร์ ผ่านพื้นที่ทำการเกษตร เช่น พริก กระเทียม และมันฝรั่ง ซึ่งสิ่งที่น่าสังเกตจากการเดินช่วงแรก คือ พื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขามีน้ำอุดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ที่ลาดเชิงเขาด้านบนที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องหยุดทำการเกษตรเพราะฝนขาดช่วง ทำให้ชาวบ้านบางคนต้องออกเดินทางไปยังตัวเมืองเพื่อหางานทำสร้างรายได้

นายนิคม พุทธา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน กล่าวว่า เมื่อเทียบกับการเดินธรรมยาตราครั้งแรกในปี 2553 พบว่าเกิดเปลี่ยนแปลงไม่น้อย พื้นที่ป่าถูกทดแทนด้วยพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีเพียงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เหมือนในอดีต เช่น การปลูกสับปะรดในพื้นที่ป่าต้นน้ำ แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของดินบริเวณนี้เริ่มเสื่อมสภาพ หรือการกันพื้นที่บางส่วนริมแม่น้ำปิงเพื่อชะล้างสารเคมีให้เจือลงก่อนลงสู่ลำน้ำ เพื่อขยายผลไปสู่การผลใช้สารเคมีในอนาคตสะท้อนให้เห็นช่องว่างของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ และชาวบ้าน

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายประชาชนภาคเหนือได้ทบทวนข้อมูล และแลกเปลี่ยนข้อเสนอที่ได้จากการเดินในครั้งนี้ ทั้งสภาพปัญญา นโยบายจากภาครัฐ และความจำเป็นของคนในพื้นที่ รวมถึงการใช้ชีวิตของตนเอง ฯลฯ ที่สถานปฏิบัติธรรมอนัตตารามหรือวัดถ้ำวัว จนนำมาสู่ข้อเสนอที่ทางเครือข่ายทำความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งความเห็นและข้อเสนอที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจะถูกรวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่การปรับใช้ให้เหมะสมตามบริบทของพื้นที่

กลับขึ้นด้านบน