ประชาธิปัตย์ตัดขาด "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์" หลังมีกระแสความขัดแย้งภายในสะสมมาโดยตลอด

ประชาธิปัตย์ตัดขาด "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์" หลังมีกระแสความขัดแย้งภายในสะสมมาโดยตลอด

ประชาธิปัตย์ตัดขาด "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์" หลังมีกระแสความขัดแย้งภายในสะสมมาโดยตลอด

รูปข่าว : ประชาธิปัตย์ตัดขาด "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์" หลังมีกระแสความขัดแย้งภายในสะสมมาโดยตลอด

พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัดความสัมพันธ์กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ในขณะที่ผู้ว่าฯ กทม.ปฏิบัติราชการในต่างประเทศ โดยที่ผ่านมามีกระแสความขัดแย้งภายในสะสมมาโดยตลอด วันนี้ถือว่าการทำงานของผู้ว่าฯ กทม.เป็นเอกเทศแล้ว

 

การแถลงแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์นี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับทราบแล้ว และแม้จะอยู่ระหว่างการเดินทางไปราชการต่างประเทศ แต่มีคำสั่งเรียกประชุมผู้บริหาร กทม.ในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.2559) เพื่อหาข้อสรุปร่วมกับทีม ก่อนจะแถลงข่าวชี้แจงแสดงท่าทีอีกครั้ง

การแถลงแสดงจุดยืนของคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการตัดขาดความสัมพันธ์และความรับผิดชอบ ต่อการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ต่างกับการแถลงชี้แจงมติการขับออกจากพรรค หากสถานการณ์การเมืองไม่ได้อยู่ภายใต้โครงสร้างพิเศษของ คสช.ที่มีคำสั่งห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

นับจากนี้ไป ไม่เพียงแค่ความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ ที่พรรคประชาธิปัตย์ ตัดขาดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือคุณชายหมู แต่ยังหมายถึงพรรคกำลังตัดขาดความผูกพันที่มีต่อคุณชายหมูมาเกือบ 20 ปี และความสัมพันธ์ที่หัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดขาดจากคุณชายหมู หนึ่งในขุนพลคนสำคัญของพรรคไปด้วย

นอกจากเรื่องของการหักความรู้สึกคนกรุงเทพฯ ที่คุณชายหมู ออกปากให้สัมภาษณ์ เสนอให้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่บนดอย หากทนกับสภาวะฝนตก-น้ำท่วม-รถติด ในกรุงเทพฯไม่ได้ ซึ่งหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นประเด็นที่พรรคต้องสูญเสียความเชื่อมั่นและศรัทธา และเป็นที่มาของหัวหน้าพรรคที่ต้องแถลงแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการกล่าวคำขอโทษกับคนกรุงเทพฯด้วยตัวเอง

แต่ยังมีเรื่องของความไม่ชอบมาพากล จากการบริหารงานของคุณชายหมู ยังถูกคนในพรรค ยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. และ สตง.นั่นคือโครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด-ซีซีทีวี โครงการขยายสัญญาณรถไฟฟ้าบีทีเอส และโครงการ "แสงสีแห่งความสุข" หรืออุโมงค์ไฟแอลอีดี ท่ามกลางข้อสังเกตว่าถึงเวลาที่พรรคต้องตัดสินใจตัดชิ้นเนื้อร้าย และยอมแม้กระทั่งการหยิกเล็บแล้วเจ็บเนื้อ

เพราะต้องรักษาฐานคะแนนนิยมของพรรคไว้ ใช่แค่การประกาศตัดขาด เพียงเพราะหลักการแห่งความโปร่งใสเท่านั้น และแม้จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค โดยเฉพาะการประกาศชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่มีสมาชิกพรรคเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่นี่.อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดกระบวนทัพภายในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งนัดต่อไป

กลับขึ้นด้านบน