กสทช.จับมือแบงก์ชาติดูแลซื้อขายออนไลน์ เพื่อผู้บริโภคปลอดภัย-ชี้ยังไม่มีองค์กรดูแลชัด

กสทช.จับมือแบงก์ชาติดูแลซื้อขายออนไลน์ เพื่อผู้บริโภคปลอดภัย-ชี้ยังไม่มีองค์กรดูแลชัด

กสทช.จับมือแบงก์ชาติดูแลซื้อขายออนไลน์ เพื่อผู้บริโภคปลอดภัย-ชี้ยังไม่มีองค์กรดูแลชัด

รูปข่าว : กสทช.จับมือแบงก์ชาติดูแลซื้อขายออนไลน์ เพื่อผู้บริโภคปลอดภัย-ชี้ยังไม่มีองค์กรดูแลชัด

กสทช.หารือแบงก์ชาติตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หลังพบว่าไม่มีผู้ดูแลชัดเจน หวั่นผู้บริโภคได้รับผลกระทบ

วันนี้ (22 ม.ค.) นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Payment) เนื่องจากในปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและคุ้มครองผู้บริโภค หากเกิดความเสียหายจากการการใช้เงินที่อยู่ในซิมและชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่

นายก่อกิจกล่าวว่า ปัจจุบัน Mobile Payment ในประเทศไทยอยู่ภายในกรอบการดูแลของ ธปท. ภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551 ซึ่งอยู่ในส่วนของบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างหนึ่งอย่างใด โดยจะเน้นเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเงินของธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันนวัตกรรมทางการเงินและการใช้ช่องทางของโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการให้บริการมีรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น มีการเติมเงินในซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งเปลี่ยนจากเงินในซิมเป็นแต้มเพื่อแลกซื้อสินค้า ซึ่งในแต่ละวันจะมีประชาชนเติมเงินในซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนมาก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินกว่า 80 ล้านเลขหมาย หากมีการเติมเงินซิมละ 50 บาท เท่ากับจะมีเงินที่เข้าไปอยู่ในซิมรวมทั้งสิ้นวันละ 400 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคต จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ธปท. และสำนักงาน กสทช. จึงหารือร่วมกันมาโดยตลอด เพื่อเตรียมความพร้อมของการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลร่วมกันของทั้งสองฝ่ายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้

“ในอนาคตมีความเป็นได้ที่จะเห็นธนาคารพาณิชย์ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แข่งขันให้บริการ Mobile Payment เพราะปัจจุบันคนไม่ได้เติมเงินในโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้โทรศัพท์อย่างเดียวอีกต่อไป การเติมเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำนวนและความถี่ในการเติมเงิน จะมีนัยยะสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันเข้ามาดูแล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค นี่คือความปลอดภัยของผู้บริโภคที่สำนักงานกสทช. กำลังสร้างขึ้น โดยเป็นการต่อยอดจากงานลงทะเบียนซิมซึ่งปัจจุบันสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แล้ว และส่งผลให้สำนักงาน กสทช. สามารถยกระดับการดำเนินงานในเรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในเรื่องเงินในซิม และการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้อย่างดี และถือเป็นรากฐานในการพัฒนาไปสู่ยุค digital economy อย่างแท้จริง” นายก่อกิจกล่าว

กลับขึ้นด้านบน