นายกฯขอบคุณทัพช้างศึกมอบความสุขให้คนไทย-เตือนแกนนำเกษตรอย่าปลุกระดม

นายกฯขอบคุณทัพช้างศึกมอบความสุขให้คนไทย-เตือนแกนนำเกษตรอย่าปลุกระดม

นายกฯขอบคุณทัพช้างศึกมอบความสุขให้คนไทย-เตือนแกนนำเกษตรอย่าปลุกระดม

รูปข่าว : นายกฯขอบคุณทัพช้างศึกมอบความสุขให้คนไทย-เตือนแกนนำเกษตรอย่าปลุกระดม

นายกฯ ขอบคุณนักเตะทีมชาติไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศเป็นก้าวสู่การพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคต วอนแกนนำยุติปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาล ห่วงปัญหาภัยแล้งมาเร็ว ขอประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ

วันนี้ (22 ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ดังนี้

ชมทีมชาติไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน


ผมขอเป็นตัวแทนพี่น้องปวงชนชาวไทย ในการแสดงความยินดีและชื่นชมกับ “ทีมช้างศึกไทย” ที่ได้แสดงฝีมือ ฝีเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจที่ไม่ยอมแพ้นะครับ ในการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซีU-23 แชมเปี้ยนชิพ 2016 ในห้วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะว่าเราจะไม่ได้เข้าสู่รอบลึกๆ ต่อไปก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นความสำเร็จ อย่างหนึ่งในระยะเริ่มต้นนะครับ เป็นก้าวแรกของการพัฒนาสู่อนาคต ของทีมลูกหนังไทยที่มีอนาคตสดใส ขอขอบ คุณนักเตะ โค้ชซิ้กโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมงานทุกคน ที่ได้ช่วยกันนำความสุข ความตื่นเต้น รอยยิ้ม และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติที่จดจ่ออยู่กับการเชียร์และเป็นกำลังใจนะครับ ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน ผมเองก็ดูด้วยนะครับ ขอบคุณที่สอนให้คนไทยรู้ว่าคนไทยนั้นเราไม่เป็นรองชาติใด เพียงแค่เรามุ่งมั่นตั้งใจจริง รวมทั้งให้ชาวไทยตระหนักว่าตราบใดที่กรรมการยังไม่เป่านกหวีดนั้น เราก็ยังมีความหวัง ดังนั้นทุกเรื่องนะครับ อย่ายอมจำนนต่ออุปสรรค ขอให้มีความเพียรอันบริสุทธิ์ดั่ง “พระมหาชนก” ชึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผมขอให้พี่น้องเชื่อว่า “ทุกปัญหามีทางออก” นะครับ ถ้าเราหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน แบ่งเบาความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ด้วยความรู้ รัก สามัคคีนะครับ ทุกอย่างสำเร็จแน่


เร่งแก้ปัญหายางพาราแบบยั่งยืนทั้งระบบ


วันนี้มีเรื่องที่อยากจะเรียนให้ทราบนะครับ แล้วก็เน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน หลายเรื่องด้วยกันนะครับ


1. เรื่องแรกการแก้ไขปัญหายางพารา แบบยั่งยืน ครบวงจร
- สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมได้ให้รัฐมนตรีเกษตรฯ, คลัง, อุตสาหกรรม,วิทยาศาสตร์, สวทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกนะครับ ประชุมหารือในเรื่องการนำยางพาราตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เข้าสู่การผลิตให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรของฝ่ายเศรษฐกิจ รวมทั้งการสนับสนุนให้ บริษัทที่สมัครใจร่วมโครงการได้ใช้สิทธิประโยชน์ ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนของทั้ง สสว. และ BOI ด้วยนะครับ ในโครงการที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้กลไกตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว ที่ค้าขายกันอยู่เดิม ก็คงให้ดำเนินการไปตามปกตินะครับ มีการแข่งขันทางการค้าโดยเสรี


2. เรื่องที่สอง เรื่องการวิจัยและพัฒนา จากปัญหาเรื่องการวิจัยพัฒนาที่ผ่านมาไม่ได้นำเข้าสู่การผลิต เพราะงั้นรัฐบาลนี้มีนโยบายที่จะให้ภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันกำหนดความต้องการว่าผลงานการวิจัยใดบ้างที่จะตรงกับความต้องการของประเทศนะครับ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างนวัตกรรม ทำให้วัสดุต้นทุนมีราคาสูงขึ้นด้วยนะครับ เช่นยาง เช่นข้าว อะไรก็แล้วแต่ เพราะงั้นต้องไปดูภาคการผลิตด้วยนะครับเพื่อจะได้นำผลิตภัณฑ์จากการวิจัยเหล่านั้นมาใช้ในส่วนราชการ เป็นลำดับแรกนะครับ ในปี 59 นั้น ได้มีการจักสรรงประมาณไปแล้วนะครับ ก็เพียงแต่ว่า เอางบประมาณเหล่านั้นส่วนหนึ่งในแต่ละโครงการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นได้นะครับ ดำเนินการไปก่อนแล้วเราก็จะให้ซื้อผลผลิตทางการเกษตร คือต้นทุนเรื่องยางมจากข้างล่าง ตรงกลางก็เอามาใช้ผลิตออกมา แล้วตรงปลายก็ให้ส่วนราชการซื้อไปใช้นะครับ ก็ต้องแก้หลายอย่างนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขระเบียบการใช้จ่ายของสำนักงบประมาณเพื่อจะสามารถให้ใช้งบฯ ได้ร้อยละ 10 – 30 ของแต่ละกระทรวงนะครับ เพื่อจะมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานการวิจัยพัฒนาภายในประเทศได้ ถ้าเราแก้ตรงกลางได ตรงปลายได้มันจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะครับ อย่างที่หลายคนก็บอกว่า งบประมาณเราน้อย อะไรน้อย ไอ้ที่น้อยนั่น ปีนี้ก็ 1% แล้วมั้งครับ ถามว่าผลิตออกมาได้เท่าไร ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมนะครับ ในสิ่งที่เราผลิตอกมา ที่คิดค้นออกมา บางอย่างคิดมาไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องไปคิด ซื้อเขาถูกกว่า ไปคิดทำไมนะ ความเร่งด่วนก็คือเอา ผลผลิตในประเทศที่มีล้นตลาดมีมากมาแปรรูปซะ เพิ่มมูลค่าสร้างห่วงโซ่นะครับ


3. เรื่องที่สาม เรื่องพื้นที่การปลูกยางพารานั้น มีการร้องขอรับการอุดหนุนจากรัฐบาลนะครับ ในกรณีที่มีการปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่ถูกกฎหมายนั้น ผมก็ได้ให้ กระทรวงเกสร มหาดไทย กยท. ได้หารือแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมนะครับ อย่างไรก็ตามต้องเริ่มต้นทางกฎหมายก่อนนะครับ ที่ทำน่ะผิดกฎหมาย จะให้รัฐบาลยอมรับให้ถูกต้องไม่ได้ แต่เราจะต้องหามาตรการในการช่วยเหลือยังไงที่ไม่เกิดข้อขัดแย้ง ข้อกฎหมาย วันนี้ก็จะได้นำมาตรการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มาร่วมกันพิจารณานะครับ ว่าจะทำยังไง จะชะลอ จะผ่อนผันหรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของการจัดที่ดินด้วย เพราะงั้นมันจะเชื่อมโยงกันไปทั้งหมดนะครับ เพราะงั้นก็ขอให้ผู้ที่ปลุกระดมให้มีการเรียกร้อง บางคนก็เรียกร้องไปแล้ว ทำให้ไปแล้วก็เรียกร้องใหม่อีก คือไม่มีวันจบสิ้น เพราะงั้นขอให้บรรดาแกนนำต่างๆ ระมัดระวังด้วยนะครับ เคารพกฎหมายกันบ้าง แล้วอย่าพาประชาชนเขาไปเดือดร้อนด้วย ถ้าตัวเองอยากจะทำผิดกฎหมายก็ทำไปนะ แล้วก็มีปัญหา พอบังคับใช้กฎหมาย ก็กลายเป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าไปอีก ไปดูซิว่า อะไรกันเป็นตัวต้นสาเหตุ ในการถูกดำเนินคดีนะครับ ในส่วนของการช่วยเหลือเหล่านี้นะครับผมคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นการทำให้ยางพารานี่เกิน หรือปลูกพืชการเกษตรอื่นๆ ก็ตามนะ

นอกจากปลูกในพื้นที่ที่ถูกกฎหมายแล้ว แค่นั้นก็พอ อันนี้ไปมีการสนับสนุนอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมาอีก ทำให้มีการบุกรุกป่า ทำให้ป่าเสียหาย ลดจำนวนลง แล้วก็ ผลผลิตก็เกินความต้องการนะครับ เราถึงต้องมาเร่งกันทั้งลดปริมาณในการเพาะปลูก เพื่อจะลดปริมาณการผลิตวัตถุต้นทุนออกมา แล้วไปเสริมการผลิตในช่วงตรงกลาง โรงงานต่างๆ ส่งเสริมโรงงานขนาดเล็กSMEs อะไรต่างๆ ก็แล้วแต่นะครับ ไปสู่การตลาด ทั้งในประเทศนอกประเทศ เริ่มจากส่วนราชการก่อนนะครับ


ผลผลิตอ้อยเยอะหวั่นล้นตลาด-ราคาตก


4.เรื่องต่อไปเรื่องที่สี่ เรื่องการแก้ปัญหาการปลูกอ้อยเกินความต้องการ วันนี้ก็มีหลายพื้นที่นะครับ ที่ผ่านมาก็พออะไรราคาดีก็ปลูกอันนั้นล่ะ ปลูกกันจนเยอะไปหมด จนราคามันตกนะ เพราะงั้นจากมาตรการเดิม กฎหมายที่เราออกไปในสมัยรัฐบาลนี้ ก็คือการมีมาตรการที่เข้มงวดในการที่จะก่อตั้งหรือสร้างโรงน้ำตาล จากเดิมที่ว่า 80 กิโลเมตรในสมัยก่อนๆ นั้น ก็ได้ปรับแก้ให้สามารถที่จะหาทางพบกันจนได้นะครับก็คือลดลงเป็น 50 กิโลเมตรแล้ว แต่ก็ยังมีหลายบริษัทนะ หลายส่วน พยายามที่จะขอให้ลดลงไปอีกนะ โดยให้ใกล้กว่า 50 กิโลเมตรเข้าไปอีก แล้วมีข้อยกเว้น ขอเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้าง ขอในเรื่องของการช่วยรัฐในการลงทุนบ้าง


กฎหมายคือกฎหมายนะครับ เพราะงั้นท่านก็ต้องไปใช้วิธีการอื่นนะครับ ว่าจะทำยังไง แต่จะมาอ้างว่าเพื่อจะลดการช่วยเหลือ รัฐลงเพื่อที่จะรับซื้ออ้อยอะไรต่างๆเหล่านี้ จากเกษตรกรที่ปลูกไว้เยอะแยะไปหมด 4-5 แสนไร่ ผมว่าเหตุผลมันไม่พอดีอีกนั่นแหละนะ เพราะงั้นหลักการคือกฎหมาย เหตุผลก็คือทำยังไงจะลดพื้นที่การปลูกลง ไม่งั้นเดี๋ยวพออ้อยเยอะๆ มีปัญหาอีก โรงงานผลิตไม่ทัน โรงงานไม่พอ พอไม่พอ ก็จะมาขอลดกว่า 50 มันก็รวนไปทั้งหมดอีกล่ะ รัฐบาลนี้พยายามทำให้มันยั่งยืนนะครับ ก็ต้องเคารพกติกากันบ้าง


ในส่วนของการสร้างโรงน้ำตาลนี่ ถ้าสร้างมากเกินไปผลเสียก็คือว่าผลิตน้ำตาลมาเยอะๆ ราคาก็ตกอีก อะไรก็ตามถ้ามันเยอะตกแน่นอน อย่าคิดว่าเอ้อราคามันดีแล้ทำเยอะๆ มันตกทุกอย่างล่ะนะ นะครับ เพราะงั้นขอให้นึกถึงกฎหมาย นึกถึงกระบวนการผลิต ส่งออกด้วยนะ น้ำตาลโลกปีนี้ก็ เห็นว่าราคาจะดี ก็เลยปลูกกันใหญ่ เสร็จแล้วก็จนราคาตกนั่นแหละ ทำยังไงล่ะ มันจะต้องสมดุลกันตลอดเวลานะครับ ตามสถานการณ์ ภายนอก


อันนี้ต้องกำหนดจากสถานการณ์ใช้น้ำตาลภายในประเทศ สองคือตลาดเดิม สามตลาดใหม่ สี่การผลิตที่ประเทศอื่นก็ทำน้ำตาลมากขึ้นตามลำดับ นะ เพราะทุกคนก็มองว่าราคาดี ผมถามว่าแล้วจะไปแข่งกันตรงไหน วันหน้าก็ไปแข่งลดราคากันอีก มันก็แย่ไปทั้งระบบนะครับ เพราะงั้นขอให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้เข้าใจนะครับ เดี๋ยวรัฐบาลกำลังจะหาทางแก้ไขว่าจะทำยังไงกับการปลูกอ้อยที่เกินมา หรือมากเกินไป วันนี้ก็เห็นมีปัญหาเรื่องน้ำอีกแล้ว บอกอ้ายก็จะตายทั้งหมด เพราะไม่มีน้ำ แล้วผมจะทำยังไง คือทุกอย่างต้อง 2 ทางนะ รัฐช่วย ท่านก็ช่วยตัวเอง ท่านก็ต้องเชื่อฟัง ท่านเคารพกฎหมาย ไม่งั้นมันแก้ไม่ได้ทั้งหมดนะ


5. ที่ห้าคือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆนะครับ เราพยายามแก้ไขมาโดยตลอดนะ ท่านลืมไปตลอด พอท่านเดือดร้อนที ท่านก็ขอที เราก็มีมาตรการออกมาเป็นสิบๆ มาตรการ ในการที่จะช่วยเหลือทุกคน แต่ท่านต้องร่วมมือทุกโครงการเหล่านั้นซิครับ ช่องทางท่านตรงกับตรงไหน ไม่ใช่ทุกคนก็จะเอาหมดทุกอย่าง ท้ายสุดจะต้องเอาเงินอีก มันจะเป็นไหได้ยังไงนะครับ เพราะงั้นก็ต้องพยายามเข้าใจข้อกฎหมาย เข้าใจนโยบายรัฐบาล การปลูกพืชเกินความต้องการ ปลูกในพื้นที่บุกรุก แล้วก็จะให้รัฐบาลรับผิดชอบทุกเรื่อง ก็ทำให้วงจรการแก้ไขปัญหาจับต้นชนปลายไม่ถูก วนไปวนมากลับที่เดิมหมดนะ วันนี้เราต้องแก้ทั้งทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง นะครับ โดยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน ในลักษณะ “ประชารัฐ”

ขอทุกฝ่ายร่วมประหยัดน้ำช่วงภัยแล้ง


6. เรื่องที่หก การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรนะ ก็การร้องเรียนว่า น้ำมันแล้ง ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แล้วก็รัฐบาลประกาศให้ทราบมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ปีนี้ น้ำจะแล้ง ฝนจะแล้ง ปรากฏฝนไม่ตก แล้งจริงๆ ปีหน้าก็อาจจะแล้งอีกก็ได้ อย่าประมาทนะครับ ทุกเรื่อง รัฐบาลเตือนมาตลอด แต่ท่านก็อาจจะไม่ค่อยได้ฟัง ไม่สนใจเพราะท่านมุ่งแต่การจะปลูกพืชให้ได้ บางที่ก็แย่งน้ำกัน อะไรกันบ้างน้ำที่จะต้องปล่อยไปข้างล่างหายหมด เพราะพยายามปลูกพืชยังไง อีกอันคือปัญหาน้ำเค็มเข้าในพื้นที่เพาะปลูก เนื่องจากมีการผลิตโดยการเลี้ยงปลา กุ้ง ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ในพื้นที่ตอนในอย่างไม่มีขีดจำกัดนะครับ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบนะครับ อันนี้เจ้าหน้าที่ก็ต้องช่วยดูแล พอเข้าใจนะครับ เราไม่อยากไปลงโทษอะไร เพียงแต่ท่านต้องร่วมมือดัวย จะลดปริมาณลงอย่างไร การใช้น้ำลดลงไหม การผลิตอาจจะน้อยลง ถ้าหากว่าท่านอ้างเหตุผลอย่างเดียวว่า เป็นสินค้าที่มีราคาสูง เป็นสินค้าออกของประเทศ แต่มันผิดกฎหมาย แล้วท่านจะขายใครเขาได้ไหมวันหน้า

 

ขณะเดียวกันก็ทำที่ดินเสียหาย ความเค็มก็กระจายไปทั่ว แล้วพืชอย่างอื่นจะปลุกไม่ได้ นี่คือการเอาน้ำเค็มมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตอนในนะครับ สำหรับน้ำจืดก็เช่นเดียวกัน การเลี้ยงปลานี่ บางทีใช้น้ำมากนะครับ ต้องมีการเปลี่ยนน้ำอะไรอยู่ตลอด ให้มันสมดุลก็แล้วกันนะ ผมห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ทุกคนต้องเรียนรู้จะแก้ไขปัญหาของตัวเองได้อย่างไรนะครับ ช่วยกันรักษาความสมดุลของธรรมชาติอย่างไร อย่ามองเฉพาะธุรกิจของตัวเองหากว่าอะไรเสียหายไปแล้ว มันจะแก้ไขได้ยากนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของระบบนิเวศน์ เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีผลกระทบทั้งสิ้น


การปลูกข้าวที่เราเคยปลูกข้าวดีๆ ในพื้นที่ที่มีดินดี น้ำดี ในช่วงที่ผ่านมานะครับ ก่อนผมเข้ามามีการเร่งการปลูกข้าวทำให้ใช้ดิน ใช้ปุ๋ยในดินอย่างมากอันที่หนึ่ง อันที่สองก็คือเอาข้าวระยะสั้นไปปลูกในพื้นที่ที่ควรจะปลูกข้าวพันธ์ดี วันนี้เกิดการปลอมปนเข้ามาแล้ว ทางพันธุกรรมในพื้นที่ บางพื้นที่ได้ตรวจพบว่าข้าวพันธุ์หอมมะลิที่เคยมีขนาดเม็ดขนาดใหญ่ขาวบริสุทธิ์ มีกลิ่นหอมวันนี้บางพื้นที่เริ่มมีปัญหาเมล็ดเล็กลง สั้น ไม่ได้ขนาด กลิ่น รสชาติ มันเปลี่ยนไปหมดนะ เพราะเอาข้าวพันธ์ไม่ดีไปปลูกไง ข้าวระยะสั้นไปปลูกในพื้นที่ที่ควรจะปลูกข้าวระยะ ข้าวนาปี มั้ง มีปัญหาหมด มีผลกระทบทั้งสิ้นเลยนะ อาจต้องใช้เวลาแก้ไขเป็น 10 ปี เรื่องพันธุกรรมปลอมปนนี่ ระมัดระวังด้วย


7. เรืองที่ เจ็ด เรื่องการแก้ไขภัยแล้ง หลายคนก็บ่น ว่ารัฐบาลมีมาตรการเพียงพอหรือยัง รัฐบาลทำอะไรหรือยังเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง ผมพูดมาหลายครั้งเหลือเกินนะ ขอความร่วมมือก็แล้ว มีมาตรการหลายๆอย่างแล้ว ใช้เงินใช้ทองไปมากพอสมควร ยังบอกไม่ได้ทำอะไรอีก ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้วนะ


เข้าใจดีนะครับ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการบริโภค อุปโภค โดยทำน้ำประปานะครับ เป็นหลักด้วย ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตร,พืชผัก,ผลไม้ น้ำอุตสาหกรรม อีกอันหนึ่งคือรักษาระบบนิเวศน์ การผลักดันน้ำเค็ม นี่แล้วจะมาบ่นว่าเอ๊ะ น้ำเค็มเข้ามาลึกเกินไป ก็มันต้องลึกซิครับ น้ำข้างบนมันไม่มีปล่อยไปดันน้ำข้างล่าง


เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นก็หนุนสูงเข้ามาก็ลึกเข้ามาเรื่อยๆ เราพยายามปล่อยตามที่เราควรจะต้องปล่อยนี่ เราก็พยายามปล่อยอยู่นะครับ แต่ปรากฎว่าปล่อยลงมาแล้วไปไม่ถึงที่จะดันน้ำเค็มเพราะดูดใช้กันหมด เพราะก็ยังเร่งการปลูกข้าว ปลูกข้าวนาปรัง ปลูกอะไรอย่างนี้ แล้วจะแก้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อน้ำต้นทุนมันไม่พอ ท่านต้องเรียนรู้นะครับ เดี๋ยวก็เสียหายอีก

รัฐบาลมีมาตรการมาอย่างต่อเนื่อง 2 ปีแล้วนะครับ เรื่องการสร้างการเรียนรู้ ปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมในการปลูกพืชเชิงเดี่ยว การทำไร่นาสวนผสม การเลี้ยงสัตว์ ก็มีเกษตรกรปรับตัวจำนวนหนึ่งนะครับ มีการปรับตัว ร่วมมือ พัฒนาใช้เทคโนโลยี Smart Farmer ที่ว่า ก็ได้รับผลดีมาตลอด

แต่บางส่วน ส่วนใหญ่นะครับไม่ค่อยร่วมมือ เพราะว่าเคยชินกับการปลูกพืชแบบนั้นตั้งแต่ปู่ย่า – ตายายมา ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมรับความรู้อะไรต่างๆ คือวันนี้ต้องไปด้วยกันทั้งหมดนะ เพราะว่าการปลูกข้าวเป็นสำคัญ เป็นเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของชาวนา ผมรู้ แต่ถ้าปลูกแล้วขาดทุน แล้วจะทำยังไง รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบอย่างไรอีกไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะงั้นอย่าไปรอเวลา รอให้รัฐจ่ายเงินช่วยเหลือ วันนี้ผมก็เป็นกังวลนะครับ กับการประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้ง ผมจะให้ไปตรวจสอบนะครับ กรณีประกาศทั้งจังหวัดนี่ ใช่ไหม หรือเป็นบางอำเภอ เป็นบางพื้นที่ หรือเฉพาะพื้นทีปลูกพืชการเกษตรนะครับ เดือดร้อนคนละอย่างนะ แต่ถ้าประกาศเท่าเทียมกันทั้งหมด บางพื้นที่ไม่ได้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร


บางพื้นที่มีความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค แหล่งน้ำประปา บางพื้นที่เรื่องการเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมต่างกันนะ คนละอำเภอ คนละจังหวัด คนละพื้นที่ ไปดูซิประมาณยังไง ถึงจะต้องประกาศตามนั้นนะ ตอนนี้ประกาศไป เดี๋ยวก็ต้องประกาศกันอีกกี่จังหวัด
อีกหน่อยก็ ต้องประกาศทั้งหมด 77จังหวัด ละมั้ง แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล มาเยียวยากันอีก ทำให้ถูกต้องนะครับทำให้ชัดเจน ฝากในส่วนของส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันตรวจสอบด้วยนะครับ คสช. ไปตรวจสอบด้วย ทุกพื้นที่เลย ว่าแล้งจริง หรือไม่แล้งจริง แล้งยังไง แล้งเรื่องอะไร บางเรื่องอาจจะต้องดูแล บางเรื่องก็ไม่ต้องดูแลเพราะมันไม่เท่ากันน่ะ ถ้าทุกคนจะต้องแก้ปัญหาด้วยอะไร ก็เท่าๆ เท่าทุกคนหมด จะเอาเงินที่ไหนนะ

- ปัจจุบันทุกคนน่าจะต้องทราบแล้วละนะว่า “น้ำต้นทุน” เรามีน้อย น้ำต้นทุนเรามาจากไหน เขื่อน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก เขตชลประทาน นอกเขตชลประทาน แล้วก็แหล่งเก็บน้ำในพื้นที่ แหล่งเก็บน้ำในไร่นา ทั้งนี้เนื่อง จากปริมาณฝนตก ตกใต้เขื่อนส่วนใหญ่ นะ หลายปีมาแล้วล่ะ น้ำตันทุนก็ลดลง แต่ใช้น้ำมากขึ้น วันนี้ต้องช่วยกันนะครับ ในเรื่องของการใช้น้ำเพื่อการเกษตร อย่างไม่จำกัดนี่ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ต้องฟังเหตุ ฟังผลบ้างน้ำที่ปล่อยลงมาผลักดันน้ำเค็มอย่างที่กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่ ถูกใช้ไปทำการเกษตรทั้งหมด สำหรับพืชเชิงเดี่ยวจนผลผลิตล้นตลาด คุณภาพใช้ไม่ได้ เดี๋ยวก็ตายแล้ว ตายอีก ปลูกอีก ตายอีก ปลูกอีก ก็ยังปลูกอยู่นั่นแหละ


ผมก็เข้าใจว่าท่านคงจะเคยชินกับการแก้ปัญหาเดิม เดี๋ยวก็ชดเชยให้ๆ แล้วผมถามว่าเมื่อไร เราจะโตกันซะทีนะ ทั้งรัฐ ทั้งรัฐบลาลนั่นแหละนะครับ ผมมองอนาคตมากกว่า วันนี้ก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ไปก่อนนะครับ ระยะยาวเรามีแผนปฏิบัติอยู่แล้ว การแก้ปัญหาสำคัญที่สุดคือพื้นที่ตอนในนี่นะครับ มันจะแห้ง แล้งน้ำพื้นที่ตอนข้างนอกก็แล้วเหมือนกัน เพราะข้างในใช้ไปก่อน


ปรับปรุงแผนบริหารจัดการน้ำทั้งหมด


ถ้าทุกคนฟังและร่วมมือ มาตั้งแต่ พ.ค.57 รัฐบาลจะจำได้ว่ารัฐบาลได้ปรับปรุงจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรม แผนเดิมไม่ครอบคลุม วันนี้ได้เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนะครับ มีการจัดทำแหล่งน้ำใหม่ ให้ตรงกับพื้นที่เพาะปลูก ที่มีอยู่เดิม ไม่ตรงพื้นที่ปลูกอีก ไม่มีระบบส่งน้ำจะทำยังไง พอจะทำทีเดียวก็ทำไม่ทั่วหรอก เพราะงบประมาณสูงนะ ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ผล


เราก็คิดไปต่อเรื่องการเติมน้ำในเขื่อน เอาน้ำก่อนลงแม่น้ำระหว่างประเทศ มาใช้ก่อน ก่อนจะลงไป เอ้ามีปัญหาความขัดแย้งกับประชาชนขึ้นมาอีก ไม่อยากให้เอาไปที่อื่น เหล่านี้ เป็นปัญหาทีเราต้องแก้ร่วมกันทั้งสิ้น อย่าให้รัฐบาลต้องบังคับใช้อำนาจใช้มาตรา 44 ใช้อะไรเหบ่านี้ มันไม่ได้หรอกนะ ครับ เรื่องที่มีผลกระทบกับคนอื่นด้วยนี่ เพราะงั้นท่านต้องดูแลกัน คนไทยด้วยกัน เราต้องแก้ระบบทั้งระบบ การผลิต การผลิตคือการปลูกพืช วัสดุต้นทุนออกมานี่ การผลิตโรงงานแปรรูป ก็ต้องแก้ ตลาดในประเทศ นอกประเทศ ต่างประเทศ ประชาคมโลก แก้หมดอย่างนั้นถึงจะแก้แบบยั่งยืน ถ้าเราแก้วันนี้ที่เดียวมันต้องอาศัยเวลางบประมาณจำนวนมากนะครับ เช่นเดียวกันนะครับแผนปฏิรูปที่เขียนๆ กันออกมานี่ ให้จัดกิจกรรมหลัก รอง เสริมให้ได้ ใครจะทำอะไรตรงไหน จะได้ไปกำหนด แผนงานให้ชัดเจนนะ ตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลตามนโยบายของรัฐบาล กลยุทธ์อะไรก็ว่ามา คือคงระบุไว้ได้อย่างนั้นนะ แผนเผินเขียนไว้ล่วงหน้า ให้เขาไปดูซิ วันหน้าเขาก็ต้องไปทำ จะทำต่อไม่ทำต่อก็ไม่รู้เหมือนกัน


ในเรื่องของความสำคัญในระดับกลุ่มงานนี่ มันต้องเข้าใจตรงกันนะ อะไรคือ โร้ดแม๊ป ของ คสช. อะไรคือ โร้ดแม๊ป ของการปฏิรูป อะไรคือเรื่องของการบูรณาการ เหล่านี้คือปัญหาทั้งสิ้น พอไม่เข้าใจ แล้วก็ทำไม่ได้นะ วันนี้ก็อยากรายงานความคืบหน้าเรื่องน้ำประปานะครับ หลายหมู่บ้านยังไม่มีนี่ เดิมนี่ประมาณ 7,000 – 8,000 แห่งนะ ไม่มีแหล่งน้ำประปาหรอก ไม่มีน้ำประปาใช้ ลำบากมาแล้ว วันนี้ รัฐบาลนี้แหละครับ เข้ามาแก้จนกระทั่งเหลือ ประมาณสัก 4,000 มั้ง ซึ่งจะเสร็จปีหน้านี่ 60 นี่นะนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ แล้วเคยได้ทำมาไหมล่ะเรื่องของการเจาะบ่อบาดาลขนาดใหญ่ ที่ลึกใช้เครื่องมือใหม่อะไรเข้ามาไม่ใช่ไปจ้างคนมานั่งหมุน สว่านเจาะมืออยู่อย่างนี้ ใช้น้ำได้นิดเดียวนะ ใช้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ น้ำดื่ม น้ำอะไร แต่ไปใช้ปลูกพืชไม่ได้หรอก แต่ถ้าเราใช้มากๆ เกินไป เจาะมากเกินไป แหล่งน้ำใต้ดินมันก็หายไป วันหน้าความแห้งแล้ง ยิ่งลึกเข้าไปอีก เพราะน้ำลดลงไปจากน้ำใต้ดินนะ รักษาระดับน้ำใต้ดินให้ได้ มีเปอร์เซ็นต์ของมันอยู่นะครับ แท่นเจาะใช้มาก ก็แห้งแล้งเร็วขึ้นนะ วันหน้าพอจะใช้ ไม่มีแล้ว เพราะอย่างนั้นจะต้องแยกแยะให้ออกนะครับว่าน้ำไหนจะใช้ในการ

 

อุปโภค-บริโภค น้ำไหนใช้ในการทำการเกษตร ก็ต้องไปแก้ปัญหาทั้งหมด การใช้ที่ดินให้ถูกต้องเหมาะสม ใช้น้ำให้น้อย ใช้ระบบน้ำหยดบ้างอะไรบ้าง ดูซิต่างประเทศเขาทำเยอะแยะ บางประเทศไม่มีน้ำเลย ฝนก็ไม่ตก แต่เขาปลูกพืชได้ เขาทำยังไง เขาเป็นตัวอย่างมาหลายสิบปีมาแล้วนี่ เป็นประเทศเขานี่เป็นเจ้าของกิจการเยอะแยะไปหมดนะ อันนี้เขาใช้สติปัญญาทั้งสิ้น ใช้ความอดทน ใช้การเรียนรู้ ใช้การถ่ายทอดเทคโนโลยี ข้อสำคัญคือคนต้องร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรข้าราชการต้องช่วยกัน ช่วยตัวเองบ้าง เชื่อฟังรัฐ แนะนำ แล้วก็อะไรที่ทำเองไม่ไหวรัฐก๋จะเข้าไปช่วยนะ ทั้ง ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง นะครับ


วันนี้ เรื่องแผนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำนั้น เราได้ทบทวนทั้งหมดเลยนะครับ แม้กระทั่งที่เราปรับมาจากแผนที่แล้ว ของก่อนหน้าเรา ทำใหม่ให้ครบทุกกิจกรรมแล้ว ต้องมาทบทวนอีกนะครับว่า อะไรก็ตามที่เป็นแผนระยะยาว มันยังไม่เกิดผลตอนนี้ ต้องปรับมาทำตอนนี่ก่อน ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อรองรับน้ำฝนฤดูหน้า การเพาะปลูกฤดูหน้า ซึ่งจะต้อง ถ้าน้ำน้อยนะมันก็คือปัญหา แต่ถ้ามันไม่มีอะไรรองรับไว้เลย มันก็ยิ่งปัญหามาก เพราะงั้นทำแหล่งน้ำขนาดเล็กนะ ให้กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ ขุดลอกคู คลอง แหล่งน้ำสาธารณะ หนองบึง ที่เคยมี แต่ตื้นเขิน อาจจะต้องไปทำ ไปดูซิว่าถนนหนทางที่สร้างไว้นี่มันกัน เขาเรียกว่าอะไรล่ะWater Shade ของพื้นที่รับน้ำ ที่จะลงเขื่อนลงอ่าง ลงอะไรก็แล้วแต่ ทำทุกอย่างกีดขวางไปหมด ปลูกบ้าน หมู่บ้านจัดสรร ถนนหนทาง ไม่มีท่อลอด ไม่มีสะพาน ไม่มีอะไรเหล่านี้ มันคือปัญหา เป็นที่กักเก็บน้ำ ทำให้น้ำท่วมก็ได้ ทำให้น้ำไม่ไหลลงในที่เก็บน้ำก็ได้ ต้องคิดให้รอบคอบนะครับ ทุกกระทรวงน่ะแหละ ทำงานร่วมกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้คือทุกคนต้องเตรียมการนะครับ ใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค เกษตรกรใช้ในการเกษตรและทุกตนจะต้องช่วยกัน

เข้าใจว่าเราต้องผลักดันน้ำเค็มออกไปด้วย ไม่งั้นก็วันหน้าปลูกพืชอะไรไม่ได้เลยแล้วใครจะช่วยท่านได้ รัฐบาลก็ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าตอนนี้เห็นน้ำยังมีอยู่ใช้ให้หมดแล้วใช้ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ ต้นน้ำใช้ไปเต็มที่เลย ตรงกลางน้ำก็ไม่แฮปปี้ ไม่พอใจตรงกลางเอาบ้างตรงท้ายก็เอาบ้าง แย่งกัน เดี๋ยวก็รบกัน ทะเลาะกัน แย่งกันใช้น้ำ วันหน้าจะเกิดสงครามแย่งน้ำกันหรือเปล่าไม่รู้เลยรัฐบาลก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ทหารไปบังคับท่านก็ลำบากนะ ใช้กฎหมายมากๆ ก็มีปัญหาอีกนะครับ เพราะงั้น เราก็ได้แต่เพียงเตือนนะว่าการเพาะปลูกใหม่ๆ จากนี้ไปก็อาจจะเสียหาย ไม่ใช่อาจจะหรอก เสียหายแน่นอน เพราะว่าน้ำมีแค่นี้ แล้วท่านปลูกเพิ่งเริ่ม ปลูกเวลานี้จะไปได้เมือไร อย่าน้อยก็ 3-4 เดือน ระยะสั้น ระยะยาวก็โน่น ต้องไปรอปีหน้าโน่น 6เดือนขึ้นไปน่ะ นี่ไปคิดเอาซิครับ


ไม่ใช่น้ำคือน้ำ รัฐบาลคือรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลประชาชน จัดหาน้ำให้ได้ จะไปหาที่ไหน การทำไร่นาสวนผสม ตอนนี้ต้องทำนะครับ รัฐบาลจะปรับเรื่องแหล่งน้ำ ปรับงบประมาณ ปรับแผนมาให้มากขึ้น ใช้ทหารด้วย อะไรด้วย กระทรวงเกษตร กระทรวงทรัพย์ฯ ผมสั่งการรัฐมนตรีไปหมดแล้ว ก็กำลังทำทั้งหมดนะ ช่วยกันแล้วกัน ในส่วนการจัดหางานเพิ่มเติม ต่อไปเราต้องกำหนดแผนงาน พื้นที่การใช้น้ำใหม่ทั้งประเทศ เพื่อจะสอดคล้องกับน้ำที่เรามีอยู่ สอดคล้องกับ ปริมาณการปลูกพืชที่น่าจะต้องคำนึงถึงDemand คำนึงถึงความต้องการของท้องตลาดด้วย ในประเทศ ต่างประเทศ ประชาคมโลก ไม่งั้นราคาตกหมดระหว่างนี้จะทำยังไง ประชาชนก็ต้องทำไร่นาสวนผสม นะ มีทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงรับสั่งไว้นานแล้วหลายเรื่องแล้ว ทฤษฎีใหม่ก็มี อะไรก็มีนะ เพราะงั้นถ้าไม่ร่วมมือกัน อันตรายนะครับ แล้วก็น้ำมันหมดแล้ว มันใกล้จะหมดแล้วล่ะ เพราะว่าฝนมันตกน้อย

เนื่องจากสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ต่อไปก็ป่าถูกทำลายไปไม่รู้เท่าไร ต้นน้ำทั้งหมดถูกทำลายทั้งหมด แล้วผมถามว่าจะอยู่กันยังไงล่ะนะ ดูซิภูเขาหัวโล้นเต็มไปหมด น้ำมาจากภาคเหนือ แต่ภาคเหนือหัวล้านหมด แล้วน้ำมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง มันจะมาจากที่ไหนล่ะ ไม่รู้เหมือนกันนะ ต้องเร่งปลูกป่า ปลูกเร่งได้ไหมล่ะ ป่าจะโตกี่ปี ที่ตัดๆ ไป ต้นอายุ 20-30 ปี มันจะเกิดขึ้นได้ไหม ถ้าแก้ตรงนั้นไม่ได้ ก็ต้องแก้ตรงนี้ ตรงปลายเหตุนี่ ก็คือใช้น้ำให้น้อยลง ใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น รัฐบาลก็พร้อมจะไปดูแลส่งเสริมตรงนี้ ขอให้เข้าไปหาเถิดครับ หาผู้ว่าฯ ไปหานายอำเภอ ไปหาศูนย์การเรียนรู้ เยอะแยะไปหมดน่ะ


โทรทัศน์ วิทยุ ผมก็ให้แพร่ต่อไป ว่าเอ๊ะ จะทำยังไง ให้ช่วยเสนอมาตรการของรัฐบาลในทุกๆเรื่องนะครับ ใช้งบ ประมาณอะไร ยังไง ใครจะมีส่วนร่วมได้ตรงไหน เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้มันเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนนะครับ ในส่วนของผลสำเร็จของเกษตรกร บางคน บางส่วนที่ เชื่อฟังคำชี้แจง มีการปรับตัวไปทำไร่นาสวนผสม ปลูกพืชเสริม เลี้ยงสัตว์ มีอาชีพอื่นๆ อีกด้วยนะครับ ทุกคนเขาอยู่ได้หมด คนเหล่านั้นเขาอยู่ได้แล้วเขาไม่เดือดร้อนเลย แต่คนที่ไม่ปรับตัวเองเลย มันเดือดร้อนแน่นอน หลายที่นะครับ กำลังออก ทีวี ช่อง 11ช่อง 5 ช่องรัฐสภา บางช่องดูไปก็ปวดหัว เพราะอะไร เรื่องธุรกิจ เรื่องบันเทิง เรื่องของท่านผมไม่ไปยุ่ง ผมไม่ไปบังคับท่าน

แต่เรื่องอะไรที่เป็นสาระน่ารู้นี่ ควรจะช่วยกันบ้างนะ ช่วยกันบ้างหากว่าไม่บอกเลยว่ารัฐบาลทำอะไร กำลังแก้ไขตรงไหน ขอความร่วมมืออย่างไร แต่เอาภาพของความขัดแย้ง เวที่ที่ประชาชนขัดแย้ง หรือไม่ก็เป็นเวทีที่ประชาชนเรียกร้อง มันจะไปกันไดไหมล่ะ สมดุลกันไหม ระหว่างผู้ทำกับผู้ใช้ มันเดือดร้อนไปทั้งหมด ท่านสำนึกในหน้าที่ตรงนี้ด้วยนะครับ หน้าที่ของสื่อที่มีจรรยาบรรณนะ ช่วยไปดูหน่อยนะครับใครเดือดร้อนไปดูช่อง 11 ช่อง 5 ช่องรัฐสภา ไม่ได้โฆษณาให้ใคร ที่ต้องพูดเพราะว่าข้อมูลที่ผมพูดไป บางทีไม่ออก ไปออกแต่ความขัดแย้งอะไรก็ไม่รู้ หรือไม่ก็เอาความเดือดร้อนมาพูดนำหน้า ไม่ได้บอกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วรัฐบาลแก้อะไรไปแล้วนะเพราะงั้นทุกอย่างต้องช่วยกันนะครับ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกันบ้าง


ทีวี โทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย ไปทบทวนดูนะ ท่านจะช่วยประเทศชาติอย่างไร ไม่งั้นก็เท่ากับช่วยกันทำลายประเทศต่อไปเรื่อยๆ สร้างความเข้าใจไปต่อๆไปสอนให้ประชาชนไม่โตสักทีอะไรแบบนี้ ไม่โตเพราะอะไร เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เข้มแข็ง ไม่เข้มแข็งเพราะอะไร เพราะไม่แก้ปัญหาในเชิงองค์รวม ไม่แก้ปัญหาในเชิงบูรณาการ ไม่ยั่งยืน เขาก็ไม่โตสักทีนะ วันนี้ต้องให้เขาโตได้แล้ว ด้วยการเรียนรู้ ด้วนการสนับสนุน ด้วนการส่งเสริม ด้วยความเข้าใจถ้าท่านไม่ช่วยผมไม่มีสำเร็จหรอกครับทุกเรื่องนะ


เตือนแกนนำอย่าปลุกระดมมวลชน


วันนี้ก็หลายกลุ่มเกษตรกรก็เตรียมการเคลื่อนไหว เตรียมการเรียกร้องเยอะแยะไปหมด บางคนก็ให้ไปแล้ว ก็มาขอใหม่อีก ยางนี่ขอไม่รู้กี่ทีบางคนนี่นะ ผมก็จำได้นะ แล้วแก้ให้ตรงนี้แล้วก็โอเค รับได้ ยังไม่ทันแก้เสร็จเลย ขอใหม่ต่ออีกแล้ว มันอะไรกันนี่ ผมไม่เข้าใจนะ ท่านจะเรียกร้องไปถึงไหนกันนะ ต้องอย่างใช้ผู้มีรายได้น้อยเป็นเครื่องมือ วันนี้เคลื่อนไหวเรื่องการตั้งคณะกรรมการ ต้องมีการทบทวน เพราะอะไรล่ะ เพราะคนของตัวเองเข้าไม่ได้หรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน นะ แล้วจะเข้ามากันเท่าไร แล้วตกลงกันไม่ได้สัก


นั่นแหละคือปัญหาประเทศไทย ขัดแย้งกันเอง ผลประโยชน์ตัวเอง สร้างความมีตัวตน จาก No body เป็น Some body ทำนองนี้ ต้องช่วยกันทำนะครับ ทั้งหมดนั้น คือ ปัญหาของชาติ ทั้งสิ้น ต้องช่วยกันกลับมามองตนเองว่า เราจะร่วมมือกันอย่างไร ในคำว่า “ประชารัฐ” นะครับ ขอเวลาให้ รัฐบาล คสช.ทำงานอีกปีครึ่งนะครับ สำคัญที่สุดนะ จะได้ร่วมมือกันในเรื่องการปฏิรูปประเทศ ในระยะที่ 1 ด้วย หลายคนบอกไม่ได้ทำอะไร.. ไม่ได้ทำอะไร ถ้ามาร่วมมือจะรู้ว่าทำอะไรอยู่ จะได้ช่วยตรงไหนได้ ไม่ใช่อ้างไปเรื่อย แล้วจะได้ประโยชน์อะไร จะได้ยังไง เพราะมันเพิ่งเริ่มทำ มันไม่เคยทำมาก่อน ทั้งนี้จะเริ่มระยะที่ 1 แล้ว ปฎิรูปจะเป็น2 – 3 – 4 – 5 เพราะฉะนั้น ถ้าเกี่ยวกับแผนนะประมาณ แผน 12 - 13 – 14 – 15 อันที่ 15 สุดท้ายนี่อีกที เพราะแค่ 20 ปี แรก วันนี้กำลังอยู่ในแผน 12 ในช่วงต้น แล้วต่อไปก็ แผน13 แผน 14 แผน 15 แผนละ 5 ปี 5 x 4 20 ไง พูดหลายครั้งแล้ว นะ


รวมถึงความร่วมมือในการปฏิรูปประเทศด้วยนะครับ อยากให้เข้าใจร่วมกันว่า ระยะที่ 1 นะครับ ตั้งแต่ คสช. เข้ามานี่ เราอยู่ในแผนที่ 11 นะครับ ตั้งแต่พฤษภา 57 นี่ ปลายๆ นะครับ ปลายๆแผนที่ 11 จนถึง 59 นี่แหละนะ เพราะงั้นต่อไป แผนที่ 12 นี่คือตั้งแต่ 60 เป็นต้นไปอีก 5 ปี นะครับ แล้วก็จะมีแผน 5 ปี, 5 ปี ต่อไป5ปี เพราะงั้นการปฏิรูปก็ต้องสอดคล้องอย่างนี้ สอดคล้อง 4 ระยะนี่แหละ ระยะที่ 1 กำลังทำอยู่ ระยะที่ 2 ไปดูแผนที่12 ระยะที่ 3 ไปแผนที่ 13 ระยะที่ 4เป็นแผนที่ 14 ครบ 20 ปีพอดีนะ ยุทธศาสตร์ประเทศเป็นอย่างนั้น แล้วก็ต้องไปดูอะไรอีกอัน..แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยนะครับจะสอดคล้องกัน ทั้งหมดนะครับ


ผมจำได้นะ ผมอ่านหนังสือ ทุกท่านดูอยู่แล้วล่ะ คำว่า “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว” ประวัติศาสตร์โบราณกาล เช่นเดียวกัน ประเทศไทยจะเข้มแข็ง ประชาชนจะมีรายได้สูง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความขัดแย้ง เพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันนั้น ไม่อาจจะไม่ได้สร้างได้ ภายในปีเดียว หรือ 2 ปี –3 ปี ใช้เวลาอีกเนิ่นนานนะครับ ใช้เวลาอีกมาก ในการที่จะเริ่มต้น ประคับประคอง ค้ำยันแล้วก็ต่อเติม อิฐ หิน ปูน ทราย แล้วก็ น้ำลงไป เพื่อผสม แต่สำคัญที่สุดคือ “น้ำใจ” นะครับ เป็นส่วนผสมที่สำคัญ น้ำใจแห่งความร่วมมือ น้ำใจความเสียสละ ร่วมมือกัน ไม่ใช่บอกว่า คสช. ทำไม่สำเร็จ “เสียของ” กลายเป็นโทษกลับมา คสช.รัฐบาล อีกทำผิด คัดค้านทุกเรื่อง บางเรื่องแค่คิดก็ผิดแล้ว คือไม่เคยคิดใหม่เลย ที่ต่อต้านกันทุกวัน คิดใหม่ซิครับ กลับมาคิดใหม่อย่างที่ผมคิดนี่ ผมคิดเพื่อประโยชน์ประชาชนทั้งสิ้น ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประเทศชาติเป็นศูนย์กลาง อนาคตวันข้างหน้าก็อยู่ที่ลูกหลานของท่านทั้งสิ้น นะครับ เยาวชน


สำหรับนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6ที่กำลังอยู่ในห้วงการอ่านหนังสือ ทบทวนตำรา สำหรับการสอบประมวลความรู้ จากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) หรือ O-NETนะครับ หลายคนก็บ่น O-NET G-NET อะไรมันเยอะเกินไป กระทรวงศึกษาเขาไปดูอยู่แล้ว บางอย่างก็จำเป็น แต่จะทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระ ทำไงให้เด็กมีความกระตือรือร้นในการสอบ จำได้ตอนผมเด็กๆ ผมไม่ใช่คนเกเร ผมชอบอ่านหนังสือเรียนหนังสือ ผลการศึกษาอยู่ค่อนข้าดีนะ เวลาสอบนี่ผมท่องหนังสือ อ่านหนังสือ ทบทวนแล้ว ทบทวนอีก ตั้งใจฟังครูสอน ผมอยากสอบ ผมอยากสอบ แล้วผมจะดูซิว่าจะได้คะแนนเท่าไร ก็โชคดีคะแนนผม ไม่ได้โอ้อวดนะ ผมไม่เคยต่ำกว่า 80% มาตลอด 80-85 เพราะอะไรล่ะ เพราะความตั้งใจ อยากจะวัดตังเอง วันนี้มีไหม มีไหมอยากจะวัดตัวเองนี่ มีแต่จะไปสอบเพื่อจะที่โน่นต่อ อะไรทำนองนี้ เอาแค่ตัวเองให้ได้ก่อน เอาชนะตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าชนะตัวเองได้ ก็จะไปอย่างอื่นได้


แม้กระทั่งตัวเองก็ไม่ขอบ ตัวเองก็ไม่อยากทำ ทำแล้วก็ไม่มีกำลังใจ ก็เลยพาลไปหมดทุกอย่าง ใช้ไม่ได้ระบบ ระบบไม่ได้ผล ระบบกรศึกษาเราแย่ นี่แหละไม่เข้าใจกันด้วยไง เพราะงั้นกระทรวงศึกษาก็ต้องสร้างความเข้าใจแบบนี้นะครับ ให้ทุกคนทีความกระตือรือล้น อยากสอบ อยากแข่งขัน อยากอ่าน แต่ไม่ขัดแย้ง นั่นแหละคือสิ่งที่สถานศึกษาต้องทำ นักวิชาการด้วยนะครับ ระดับบนขึ้นมานะ อย่าสอนให้มีความขัดแย้งอย่างเดียว ความรู้ไม่ค่อยได้นะ สอนประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนอยู่ 2-3 อย่างเท่านั้นแหละ กฎหมายไม่สนใจ สอนอย่างนี้ไม่ได้ อันตราย


เพราะงั้นขอให้ลูกหลานทุกคนพึงระลึกเสมอว่า “การขึ้นสู่ที่สูงย่อมใช้แรง – ความพยายาม มากกว่าปกติ” มันไม่ไหลลื่นหรอกครับ มันต้องปีนขึ้นไป “ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน” เพราะฉะนั้นบทบาทของ “ครู” นี่สำคัญที่สุดนะครับ จะต้องช่วยแนะนำแนวทางในการเตรียมตัวอย่างมีทิศทาง ช่วยผู้ปกครอง ช่วยพ่อแม่เขา เขาไว้วางใจให้มาเรียนที่นี่ โอ้ย วิ่งเต้น พาลูกไปโน่นไปนี่ เพื่ออยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดี เพราะงั้น การศึกษาที่ดี ก็ต้องได้ครูดีมีคุณภาพ นั่นแหละ ของขวัญทั้งวันเด็ก วันครูของผมล่ะ

อนาคตทั้งสิ้น เพราะงั้นวันนี้ก็มีคำถามมาอีกแล้วเรื่อง การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เอ๊ะ มันยังไงกันแน่ ผลดี ผลเสีย ไอ้ที่เขาดี ทดลองนำร่องไป 3-4 พันโรงเรียน เขาดีหมด เพียงแต่ไม่ดีก็คือทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะอะไรไปดูซิ มันอยู่ตรงไหน ครูพอหรือไม่พอ ครูปรับตัวเองไหม มีการพัฒนาตัวเองไหม หรือครูยังไปทำงานที่อื่นอยู่นะ บางโรงเรียน บางชั้นนี่มีครูสอนน้อยเพราะไปทำงานพิเศษอย่างอื่น ไปเพิ่มวิทยฐานะ ไปทำกับประเมิน ตัวเองน่ะ ส่วนใหญ่ ผมไม่ได้ห้ามนะ ทุกคนอยากมีการพัฒนา ก็ว่าไป
แต่หน้าที่ของตัวเอง ครู กับห้องเรียน กับนักเรียน สำคัญที่สุดนะครับ การคืนครูสู่นักเรียน สู่ห้องเรียนนะ ผมให้ความสำคัญมากกว่าการที่จะมีปะรเมินด้วยอย่างอื่น การประเมินใหม่ก็รอดูแล้วกัน ทุกคนต้องช่วยกันหมดนะ ทุกหน่วยงานที่สังกัดรัฐบาล ใช้เงินรัฐบาลทั้งหมดต้องมีการประเมินใหม่ทั้งหมด ระดับ C10 C11 ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานนะครับ


ถ้าต่ำกว่านั้นก็จะต้องไปออกแบบการประเมินให้สอดคล้องกับข้างบน ไม่ใช่ประเมินด้วนการประชุมบ่อย ผลงานการประชุมมากครั้ง การส่งคนไปเรียน ได้วิทยฐานะ ได้ครูปริญญาตรี โท เอก มากหน่อย หน่วยงานนี้ อะไรทำนองนี้ มันไม่ได้ประโยชน์ เขาเรียกอะไรล่ะ Stake Holder ทั้งหมดเลย นี่ สำคัญนะ คิดแบบนี้ แล้วก็ให้ระวังการตรวจสอบด้วยนะครับ การประเมิน ถ้าประเมินมาแล้วไม่ผ่าน ถ้าประเมินไม่ตรง ไม่ได้ข้อเท็จจริง ก็ประเมินใหม่ ตอนนี้เจ้าหน้าที่จะลงไปประเมินเอง ไม่งั้นก็ส่งขึ้นมาขออนุมัติแต่งตั้งผมทุกวัน ทุกวันๆ แล้วก็ผลงานก็ไม่ค่อยดีนะ ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากประเมินใหม่ ก็อย่าโกรธผมก็แล้วกัน


ในการสอบทุกครับนะครับ ขอให้ทุกคนช่วยกันพัฒนาตัวเอง อย่าไปต่อสู้กับปัญหา อย่าไปต่อสู้กับข้อสอบ ยากเกินไป ง่ายเกินไป อะไรทำนองนี้ คือโทษคนอื่นหมดเว้นตัวเอง อย่างไรก็ตาม การสอบไม่ใช่ความสำเร็จสูงสุด หรือว่าการได้ปริญญาสูงสุด ไม่ใช่ มีงานทำ มีรายได้เพียงพอ เลี้ยงพ่อแม่ เหล่านี้สำคัญที่สุดนะครับ แล้วได้นำความรู้หลักวิชาการวิธีการคิด วิเคราะห์ต่างๆ การสังเคราะห์ การคิดถึงหลักการและเหตุผล นี่จะทำให้ประเทศพัฒนา เป็นการพัฒนาทรัพยากรที่สำคัญที่สุด จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ถ้าทุกคนยังเป็นอยู่อย่างปัจจุบันนะ มันแก้ไม่ได้ทั้งหมด แก้อะไรก็ไม่ได้เลย ผมบอกให้ วันนี้ทุกอย่างขัดแย้งกันไปหมด แทนที่จะสงบลงไป 2 ปีมาแล้ว


หลายประเทศมาพบผมนะครับ ไม่ได้เป็นอย่างที่บางคนออกมาพูดนะ ว่าไม่มีคนคบด้วย มาทุกประเทศ รับแขกทุกวัน เอกอัครราชทูต ผู้นำประเทศ คณะกรรมการ ตัวแทนภาคธุรกิจ เอกชน ทุกกลุ่มประชาคม ทุกประเทศ ทุกซีกโลกนะมาหมดประเทศไทย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเขามาทำไม ในช่วงนี้นะ หลายคนเขากำลังมองว่าเป็นรัฐบาลแบบนี้ แต่วันนี้เขามาหมดแล้ว คนเก่าก็พูดตกร่องเหมือนเดิม เขาขอบคุณเราด้วยซ้ำไปว่าได้แก้ไขได้ปรับปรุงวิธรการการประกอบการธุรกิจ กฎหมายต่างๆ มีความเป็นสากลมากขึ้น เขาบอกที่ผ่านมาไม่ได้ทำแบบนี้ รู้ใครทำ การอำนวยความสะดวก Easy doing business การประอบการธุรกิจให้ง่ายๆ ใช้เวลาให้สั้นลงเราก็กำลังพัฒนาทุกอย่าง

ตัวชี้วัดของต่างประเทศ ต้องเอามาจับด้วยนะครับ ไม่งั้นเราคิดเอง เออเองหมด มันจะได้ยังไง ถึงเวลาประเมินก็แย่ แล้วโลกเขาก็ดูจากเรื่องพวกนี้ ดูจากตัวเลขเหล่านี้ เขาก็ไม่อยากมาลงทุน เพราะเขาเห็นปัญหาเยอะแยะ ผมเอาพวกนี้มาทำหมด มันไม่ง่ายนักหรอกครับ แต่เราจะพยายาม จะทำให้ดีที่สุด ในทุกๆ เรื่อง แต่ต้องขอควาร่วมมือจากท่านนะกำลังใจคงมีให้อยู่แล้วล่ะ ทั้งผมทั้งท่าน ต่างคนต่างให้กัน แต่สิงสำคัญคือความร่วมมือนะครับ ความร่วมมือ แล้วก็อย่าหันไปมองที่ผ่านมาแล้ว ถือว่าเป็นอดีตแล้วกัน ก็แก้ปัญหาตามวิธีการของกระบวนการอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องมองอนาคต มองไปข้างหน้า มองไปข้างหน้า ว่าเราจะอยู่กันยังไง พัฒนายังไงลูกหลานจะอยู่ยังไงมองอนาคต จะคุยกันได้รู้เรื่องทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน