ไต้หวันเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดจนมีหิมะตก - ชาวนิวยอร์กเริ่มเก็บกวาดหิมะ

ไต้หวันเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดจนมีหิมะตก - ชาวนิวยอร์กเริ่มเก็บกวาดหิมะ

ไต้หวันเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดจนมีหิมะตก - ชาวนิวยอร์กเริ่มเก็บกวาดหิมะ

รูปข่าว : ไต้หวันเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดจนมีหิมะตก - ชาวนิวยอร์กเริ่มเก็บกวาดหิมะ

หลายประเทศทั่วโลกยังคงเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นและหิมะตกหนัก รวมทั้งในเอเชีย โดยเฉพาะไต้หวันที่เย็นจัดจนมีหิมะตก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก ขณะที่ชาวนิวยอร์กเริ่มเก็บกวาดหิมะ หลังพายุหิมะลูกใหญ่ที่พัดถล่มเริ่มอ่อนกำลัง

มวลอากาศเย็นที่มีกำลังแรง ส่งผลให้มีหิมะตกในแถบเทือกเขาสูงในเขตอุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานของไต้หวัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยคร้ั้ง ดึงดูดให้ผู้คนพากันเดินทางหลั่งไหลมาสัมผัสหิมะ แม้สภาพอากาศจะหนาวเย็นจากอุณหภูมิที่ลดฮวบและกระแสลมแรง ชาวไต้หวันหลายคนที่ดั้นด้นเดินทางมาเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรก อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานต้องตั้งจุดตรวจหลายแห่งบนถนนที่มุ่งหน้าเข้าสู่อุทยานเพื่อให้ผู้ขับขี่ขับรถด้วยความระมัดระวังและจำกัดรถที่เข้ามาในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่เกาะฮ่องกงต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวเย็นวัดอุณหภูมิได้ 3.1 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 60 ปี อากาศที่เย็นจัดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากภาวะอุณหภูมิในร่างกายต่ำกว่าปกติแล้วถึง 85 คน โดยในจำนวนนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว 43 คน ขณะที่มีอาการสาหัส 1 คน ทางการฮ่องกงสั่งระงับการเรียนการสอนในโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมศึกษาในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ตำรวจประกาศปิดถนนหลายสายเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากถนนลื่น

ส่วนที่สหรัฐฯ ทางการนิวยอร์กยกเลิกการประกาศห้ามใช้รถใช้ถนนแล้ว หลังจากที่พายุหิมะลูกใหญ่ที่พัดถล่มมาหลายวันเริ่มอ่อนกำลังลงในที่สุด โดยสวนสาธารณะเซนทรัล พาร์ค ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองวัดปริมาณหิมะได้สูง 68 เซนติเมตร ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากสถิติที่วัดได้ 66.33 เซนติเมตร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2549

ขณะที่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ทางการยังคงสั่งระงับการให้บริการรถไฟใต้ดินและเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก จากสนามบินที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ โดยพายุหิมะระลอกนี้นับว่ามีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในมหานครนิวยอร์กและอีก 10 เมืองทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่คาดว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากพายุหิมะครั้งนี้ประมาณ 85 ล้านคน ขณะที่ประชาชนประมาณ 200,000 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้

ความรุนแรงของพายุหิมะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างน้อย 12 คน ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย เนื่องจากการออกมาตักหิมะท่ามกลางอากาศที่เย็นจัดรวม 6 คน โดยพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักมากที่สุด ได้แก่ เชพเพิร์ดส์ทาวน์ ในรัฐเวสต์ เวอร์จิเนีย ซึ่งวัดปริมาณหิมะได้สูงถึง 103 เซนติเมตร

กลับขึ้นด้านบน