ชาวเลหาดราไวย์หวั่นที่ดินรุ่นบรรพบุรุษกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม

ชาวเลหาดราไวย์หวั่นที่ดินรุ่นบรรพบุรุษกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม

ชาวเลหาดราไวย์หวั่นที่ดินรุ่นบรรพบุรุษกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม

รูปข่าว : ชาวเลหาดราไวย์หวั่นที่ดินรุ่นบรรพบุรุษกลายเป็นพื้นที่ต้องห้าม

การปะทะกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลกับชายฉกรรจ์กว่า 100 คนยุติลงแล้ว คำถามคือทำไมพื้นที่ที่ชาวเลซึ่งอยู่อาศัยและทำมาหากินตั้งแต่บรรพบุรุษกลับมีการออกเอกสารสิทธิ์ให้กับเอกชน แต่ดูเหมือนพวกเขาไม่มีทางเลือกต้องปกป้องที่ดินผืนนี้ถึงที่สุด

นายสมใจ ช้างน้ำ ชาวเลหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ที่ปะทะกับกลุ่มชายฉกรรณ์จนเกิดบาดแผลที่ศรีษะ แต่ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เขามากไปกว่าความกังวลต่ออนาคตว่าที่ดินซึ่งเคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษบนหาดราไวย์ หมู่ 2 จะกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับชาวเลกว่า 2,000 ครอบครัวที่ยังต้องใช้เดินทางไปยังจุดประกอบพิธีอัญเชิญกระดูกบรรพบุรุษทุกปี รวมถึงเส้นทางเชื่อมไปยังจุดจอดเรือ หลังจากเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.2559) กลุ่มชาวเลได้ปะทะกับกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คนขณะนำก้อนหินมาปิดทางเข้าออกในพื้นที่ 33 ไร่บนหาดราไวย์ จนทำให้ชาวบ้านเกือบ 40 คนได้รับบาดเจ็บ

ทายาทของชาวเลรุ่นที่ 6 อย่างนายบัญชา หาดทรายทอง ยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อสิทธิ์บนที่ดินทำกินมาตั้งแต่ปู่ย่า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการได้มาในเอกสารสิทธิ์ที่ดินริมหาด จึงอยากให้มีการเพิกถอน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องในแถลงการณ์ที่กลุ่มชาวเลยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเตรียมยื่นให้นายกรัฐมนตรี พร้อมข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ตรวจสอบการสั่งการกรณีที่ให้เจ้าหน้าที่และชายฉกรรจ์มาทำร้ายชาวเล รวมถึงให้เยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้ กลุ่มชาวเลยังได้เดินทางไปยังธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนพังงา เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้จัดการสาขา ไปถึงนายชินและนายชาตรี โสภณพานิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมีรายชื่อเป็นผู้ถือครองที่ดินที่มีการพิพาท ซึ่งชาวเลยืนยันว่าได้อาศัยบนที่ดินผืนนี้มานานกว่า 200 ปี เห็นได้จากหลักฐานในปี 2502 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวเล แต่หลังจากนั้นในปี 2515 ได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว ซึ่งชาวเลส่วนใหญ่ไม่ทราบเรื่องว่าได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่อยู่อาศัย

ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ โดยกลุ่มชาวเลส่วนใหญ่ให้การว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุรุนแรงไม่คุ้นหน้าและอาจถูกสั่งการจากกลุ่มทุนให้เข้ามาผลักดันกลุ่มชาวเล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังบางส่วนไว้ดูแลความสงบ

กลับขึ้นด้านบน