ข้อพิพาททางเดินสาธารณะชาวเลหาดราไวย์ส่อเค้าไม่จบ

ข้อพิพาททางเดินสาธารณะชาวเลหาดราไวย์ส่อเค้าไม่จบ

ข้อพิพาททางเดินสาธารณะชาวเลหาดราไวย์ส่อเค้าไม่จบ

รูปข่าว : ข้อพิพาททางเดินสาธารณะชาวเลหาดราไวย์ส่อเค้าไม่จบ

ปัญหาข้อพิพาททางเดินสาธารณะชาวเลหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ส่อเค้าว่าจะกลับเข้าสู่ความขัดแย้งอีกครั้ง หลังการลงพื้นที่ของรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและเจ้าหน้าที่รังวัดของสำงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่ให้ไว้ในการประชุมของคณะทำงานฟื้นฟูวิถีชาวเล

รอยสเปย์สีแดงคือ แนวหลักเขต ที่นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ลงมารังวัดและชี้แจงกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ว่าคือพื้นที่ที่อยู่นอกเอกสารสิทธิ์ของบริษัทบารอน และจะเป็นทางเดินสาธารณะของชาวเล โดยจากการรังวัดจุดนี้มีความกว้างเพียงแค่ 3 เมตร 10 เซนติเมตร ซึ่งไม่ตรงกับที่ให้ข้อตกลงไว้กับชาวบ้านในการประชุมคณะทำงานฟื้นฟูวิถีชาวเล จ.ภูเก็ต เมื่อวานนี้ (2 ก.พ.2559) จึงสร้างความไม่พอใจให้กับชาวเลที่มารอดูการรังวัด

น.ส.หนึ่งฤหัย ชาติพันธุ์ชาวเลหาดราไวย์ แสดงความกังวลและพยายามชี้แจงต่อนายประเจียดและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ซึ่งลงมารังวัดแนวเขตทางเดินสาธารณะ โดย น.ส.หนึ่งฤทัย กล่าวว่า หากยึดตามแนวเขตที่เจ้าหน้าที่รังวัดมากำหนดหลักเขตในวันนี้ (3 ก.พ.2559) ชาวเลจะไม่สามารถใช้เป็นทางเดินสาธารณะได้จริง โดยเฉพาะในฤดูมรสุมที่จะมีคลื่นซัดเข้ามากระทบสันเขื่อน ตามรูปภาพที่ชาวบ้านได้เคยบันทึกไว้และเนื่องจากมีทางเดินบางจุดแคบกว่า 1 เมตร 20 เซนติเมตร ยิ่งจะสร้างความยากลำบากในการเดินไปยังบาลัย หรือศาลประกอบพิธีกรรม รวมถึงที่จอดเรือ

เรื่องนี้ นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงกับชาวเลว่า การลงพื้นที่รังวัดในวันนี้เป็นเพียงการกำหนดแนวเขตของที่ดินที่อยู่นอกเอกสารสิทธิ์การถือครองของบริษัทบารอน เวิล เทรด จำกัดเท่านั้น ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะจัดการแก้ปัญหาต่ออย่างไร เนื่องจากมีเวลาในการเก็บข้อมูล 7 วัน แต่ในเบื้องต้นข้อมูลการรังวัดวันนี้พบว่ามีความยาว 150 เมตร ช่วงที่กว้างสุดอยู่ที่ 3 เมตร 40 เซนติเมตร พร้อมกันนั้นยังได้รังวัดที่ดินรอบศาลบาลัยใน 2 สัดส่วนคือ รังวัดเฉพาะพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของศาล และรังวัดที่ตั้งศาลโดยมีพื้นที่ล้อมรอบจำนวน 2 งาน เพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปแก้ไขปัญหาต่อ

ด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และการได้มาซึ่งที่ดินของบริษัทบารอน เวิล เทรน จำกัด ซึ่งนายวัชรินทร์ เจตนาวณิชย์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าถูกต้อง ส่วนข้อมูลของกรมสืบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ไม่จำเป็นจะต้องนำมาพิจารณา

หลังจากทีมรังวัดของ จ.ภูเก็ต เดินทางกลับ นายสนิท แซ่ซัว ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลที่เข้าร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับจังหวัด ระบุว่า การลงพื้นที่ของของทีมจังหวัดไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่เกิดขึ้นและยังไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และการได้มาซึ่งที่ดิน ซึ่งชาวเลรู้สึกผิดหวังกับแนวทางการแก้ปัญหาลักษณะนี้

"ไม่โอเค มันผิดจากข้อเท็จจริงที่ประชุมเมื่อวานนี้ เพราะจากการสรุปเมื่อวาน ทางผู้ว่าฯก็แถลงข่าวชัดเจนว่าจะกันพื้นที่ให้ประมาร 3 เมตร 50 เซ็นติเมตร แต่พอมาวัดจริงๆก็ประมาณ 3 เมตร และเส้นทางเดินที่ไปถึงบาลัย มันก็มีปัญหาเรื่องของการกันพื้นที่" นายสนิท กล่าว

ตัวแทนชุมชนชาวเลหาดราไวย์ ระบุว่า แม้ชาวเลจะไม่อยากให้เรื่องนี้ต้องเข้าสู่การแก้ปัญหาในกระบวนการยุติธรรม แต่หากข้อตกลงในการหารือไม่ถูกนำมาใช้จริงในพื้นที่พิพาทอย่างเช่นที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็คงต้องอาศัยกระบวนการยุติธรรมตัดสิน

ชาวเลย์ยังกล่าวอีกว่า หากกระบวนการพิจารณายึดถือเพียงแนวทางของเอกสารสิทธิ์ ปัญหาเรื่องนี้ก็จะไม่แตกต่างกับการแก้ไขปัญหาที่ดินในแปลงอื่นๆ คือชาวเลย์จะถูกรุกไล่และถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุก แต่หากใช้แนวทางในการแก้ปัญหาที่คำนึงถึงบริบทอื่นๆ เช่น เรื่องของประวัติศาสตร์ หรือนิติทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงกลไกการแก้ไขปัญหาในระดับนโนบายที่มีอยู่แล้วอย่างเรื่องของธนาคารที่ดิน ก็จะเป็นทางออกที่ดี

กลับขึ้นด้านบน