ผู้ประกอบการดำน้ำ จ.กระบี่ รับปากขึ้นทะเบียนเรือภายใน 1 เดือน-เรี่ยไรเงินคนละหมื่นบาทช่วยซื้อทุ่นกั้นเขต

ผู้ประกอบการดำน้ำ จ.กระบี่ รับปากขึ้นทะเบียนเรือภายใน 1 เดือน-เรี่ยไรเงินคนละหมื่นบาทช่วยซื้อทุ่นกั้นเขต

ผู้ประกอบการดำน้ำ จ.กระบี่ รับปากขึ้นทะเบียนเรือภายใน 1 เดือน-เรี่ยไรเงินคนละหมื่นบาทช่วยซื้อทุ่นกั้นเขต

รูปข่าว : ผู้ประกอบการดำน้ำ จ.กระบี่ รับปากขึ้นทะเบียนเรือภายใน 1 เดือน-เรี่ยไรเงินคนละหมื่นบาทช่วยซื้อทุ่นกั้นเขต

ผศ.ธรณ์ เผยผู้ประกอบการดำน้ำในกระบี่ 37 ราย ยอมร่วมมือกับอุทยานฯ เตรียมขึ้นทะเบียนเรือสปีดโบ๊ต-ดำน้ำ ภายใน 1 เดือน ก่อนเรี่ยไรเงินบริษัทละหมื่นบาทช่วยซื้อทุ่นแนวกันเขต พร้อมร่วมกันกำหนดจุดดำน้ำใหม่ 16 แห่ง ตำรวจแจ้งข้อหาคนขับเรือชนนักท่องเที่ยวรัสเซียแล้ว

จากกรณี อุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตชื่อ "ซันซาน 2" ชนครูสอนดำน้ำและนักท่องเที่ยวที่เรียนดำน้ำชาวรัสเซียบาดเจ็บสาหัส 2 คน โดยถูกใบพัดเรือฟันที่ขาขวาบริเวณปากอ่าวมาหยา ระหว่างเกาะพีพีเลและเกาะพีพีดอน ต.อ่างนาง อ.เมืองกระบี่ วานนี้ (3 ก.พ. 2559)

วันนี้ (4 ก.พ. 2559) ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม
ทางทะเล โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ช่วงบ่าย นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ขอให้กลุ่มผู้ประกอบการดำน้ำใน จ.กระบี่ เข้าร่วมประชุมกับทางอุทยานฯ จำนวนมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏ และพบว่าจาก 37 บริษัท มีเพียง 12 บริษัทที่ขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ การพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งทางผู้ประกอบการยินดีร่วมมือกับทางอุทยานฯ เพื่อลดอุบัติเหตุทางทะเลโดย

1.ผู้ประกอบการรับปากว่าจะขออนุญาตเข้าระบบทั้งหมดภายใน 1 เดือน

2. ผู้ประกอบการทำการเรี่ยไรเงินบริษัทละ 10,000 บาท เพื่อทำทุ่นบอกเขตดำน้ำ เพื่อให้พีพีเป็นโมเดลตัวอย่าง

3.เจ้าหน้าที่อุทยานและกลุ่มผู้ประกอบการร่วมกันกำหนดจุดดำน้ำใหม่รวมทั้งหมด 16 จุด และเตรียมแก้ไขระเบียบให้ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง จากเดิมที่กำหนดจุดดำน้ำลึกไว้เพียง 3 จุด คือบิดะใน บิดะนอก และโละซามะ ส่วนเกาะยูงและจุดประติมากรรมจะถูกกันเป็นเขตสงวน ซึ่งผู้ประกอบการเข้าใจและยอมรับ

ขณะที่ นายบุญเชาว์ ตั้งศิริไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่า จ.กระบี่ เตรียมเรียก นายดิศร บุญมะหมูด คนขับเรือสปีดโบ๊ตชนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 คน ที่กำลังดำน้ำในอ่าวมาหยา ได้แก่ นายทินคาย คูรีนอฟ และ นายเซ็ต จิวดี มิทรี ขณะดำน้ำที่อ่าวมาหยามาสอบสวน ซึ่งยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จ.กระบี่ ด้าน พนักงานสอบสวนในพื้นที่ได้แจ้งข้อหาคนขับเรือฐานความผิดทำการโดยประมาท เป็นเหตุผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแล้ว

ในวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้สนธิกำลังเข้าสุ่มตรวจใบอนุญาต เรือดำน้ำ (ไดร์ฟวิ่ง) และเรือสปีดโบ๊ต พร้อมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ บริเวณหน้าอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยพบว่ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวหลายรายไม่มีใบอนุญาต และมักนำนักท่องเที่ยวมาดำน้ำนอกเขตที่อุทยานฯ กำหนด จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้นำเรือออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ด้าน ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายหนึ่งในอ่าวมาหยา กล่าวว่า บริเวณนี้มีปะการังสวยงามจึงมักนำนักท่องเที่ยวเข้ามาดำน้ำ แต่ไม่ทราบว่าเป็นจุดที่ทางการไม่อนุญาตให้ดำน้ำ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดแจ้งให้ทราบ จึงเสนอแนะให้นำทุ่นมาวาง เพื่อเป็นแนวเขตให้ชัดเจนและช่วยป้องกันอุบัติเหตุ

กลับขึ้นด้านบน