เนปาลเร่งเผาศพป้องกันโรคระบาด

เนปาลเร่งเผาศพป้องกันโรคระบาด

เนปาลเร่งเผาศพป้องกันโรคระบาด

รูปข่าว : เนปาลเร่งเผาศพป้องกันโรคระบาด

เนปาลเร่งเผาศพป้องกันโรคระบาด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีมากกว่า 4,310 คนแล้ว ขณะที่หน่วยกู้ภัยของอินเดียประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตน่าจะถึง 7,000 คน หรือมากกว่านั้น ขณะที่ทางการเนปาลเร่งเผาศพผู้เสียชีวิต เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโรค

ทางการเนปาลเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตมาทำพิธีฌาปนกิจหมู่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งการเผาศพจะมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มวันนี้ (28เม.ย.2558) เป็นวันแรก และจะทำพิธีตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการล่าสุด เพิ่มเป็น 4,310 คน บาดเจ็บ 7,953 คน ซึ่งหน่วยกู้ภัยแห่งชาติของอินเดียที่เดินทางไปถึงพื้นที่ประสบภัยประเมินว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะสูงถึง 7,000 คน หรือมากกว่านั้น ขณะที่เมื่อวานนี้ หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยชีวิตหญิงชาวเนปาลคนหนึ่ง ออกมาจากซากอาคารได้สำเร็จ หลังจากที่เธอติดอยู่ในนั้นนานถึง 50 ชั่วโมง
 
ส่วนที่ทิเบตมีผู้บันทึกภาพในช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแรงสั้่นสะเทือนทำให้เกิดดินถล่มตามมา ภัยพิบัติในครั้งนี้ทำให้ประชาชนในทิเบตเสียชีวิต 25 คน ทางการส่งทีมกู้ภัยพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว ขณะนี้ทหาร และตำรวจของเนปาลเกือบทั้งหมดเข้าร่วมภารกิจค้นหาและกู้ภัย สำหรับทีมกู้ภัยจากต่างชาติที่เดินทางมาถึงเนปาลแล้ว ได้แก่ ทีมจากจีน อินเดีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา 
 
สาเหตุที่ทำให้ทีมกู้ภัยจากต่างชาติมาถึงเนปาลล่าช้า เนื่องจากสนามบินตรีภูวันต้องปิดทำการเป็นระยะๆ เนื่องจากเกิดอาฟเตอร์ช็อก ประกอบกับเป็นสนามบินขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่จำกัด และมีเครื่องบินจำนวนมากที่ต้องการลงจอด ทำให้การขึ้นลงของเครื่องบินมีปัญหา เนื่องจากขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และอำนวยความสะดวกในสนามบิน
 
นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ประชาชน และนักท่องเที่ยวต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้ง เนื่องจากเกรงว่าอาคารอาจจะพังถล่มลงมา จากแรงสั่นสะเทือนของอาฟเตอร์ช็อก เจ้าหน้าที่คาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะเพิ่มสูงกว่านี้ เนื่องจากยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ทีมกู้ภัยยังเข้าไปไม่ถึง ขณะที่ประชาชนในกรุงกาฐมาณฑุจำนวนมากต้องการเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไปดูความเสียหาย และตามหาญาติพี่น้อง
 
ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุแจ้งว่าขณะนี้สถานทูตเหลือน้ำมันเพียง 3 แกลลอนเท่านั้น และทางสถานทูตต้องการน้ำมันเป็นการเร่งด่วนทั้งน้ำมันเบนซิน และน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องปั่นไฟ


กลับขึ้นด้านบน