สถานที่รับทำแท้งดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย

สถานที่รับทำแท้งดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย

สถานที่รับทำแท้งดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย

รูปข่าว : สถานที่รับทำแท้งดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย

สถานที่รับทำแท้งดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย

คำสารภาพจากปากของน.ส.ลัญจกร จันทมนัส ว่า เป็นผู้ที่นำศพเด็กทารกกว่า 300 ศพไปทิ้งไว้ที่วัดไผ่เงินโชตนารามในซอยตรอกจันทร์ ย่านบางคอแหลม เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล 5 และ สน.วัดพระยาไกรนำกำลังปูพรมเข้าตรวจค้นคลินิกและอาคารต้องสงสัยหลายแห่ง
โดยอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นตั้งอยู่บริเวณปากซอย เพชรเกษม 81/2 บริเวณชั้น 1 ของอาคารเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่งขณะที่บนชั้น 3 ถูกดัดแปลงให้เป็นคลินิกรับทำแท้งเถื่อน โดยในที่เกิดเหตุตำรวจพบ อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่างที่คาดว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแท้ง

น.ส.ลัญจกร ยอมรับว่าได้ดัดแปลงสถานที่เพื่อเปิดรับทำแท้งเถื่อนมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาโดยใช้ประสบการณ์จากการที่เคยเป็นผู้ช่วยแม่ของเธอซึ่งเคยรับทำแท้งเถื่อนในลักษณะนี้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

น.ส.ลัญฉกร บอกว่าเธอจะรับทำแท้งให้กับผู้ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งท้องไปจนถึง 9 เดือนก่อนที่เด็กจะลืมตาออกมาดูโลก โดยอ้างถึง สาเหตุที่รับทำแท้งเถื่อนว่า เธอต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เพราะต้องดูแลเด็ก 11 คนอายุตั้งแต่ 2 ขวบถึง 8 ขวบซึ่งเป็นเด็กที่รอดชีวิตจากการที่เธอทำแท้งไม่สำเร็จ

สำหรับเบาะแสการเข้าจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวน นายสุชาติ ภูมี สัปเหร่อของวัดไผ่เงินที่ยอมรับว่า ได้รับเงินค่าจ้างจากน.ส.ลัญจกร เพื่อให้นำศพเด็กที่ถูกทำแห้งไปเผา โดยได้เงินค่าจ้าง 100-200 บาทต่อศพ โดยจากการสอบสวนน.ส.ลัญฉกร ตำรวจยังได้ข้อมูลว่าสถานที่รับทำแท้งเถื่อนในลักษณะนี้ดำเนินการอย่างเป็นเครือข่าย และ มีการส่งต่อผู้ที่จะมาทำแท้งให้กับคลินิกอื่นๆ ด้วยทั้งในย่านรังสิต มีนบุรี จตุจักร และเอกมัย


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน