ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลผ่านวาระแรก

ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลผ่านวาระแรก

ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลผ่านวาระแรก

รูปข่าว : ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลผ่านวาระแรก

ร่างแก้ไขฉบับรัฐบาลผ่านวาระแรก

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่ครม.เสนอผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในวาระแรกแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแปรญัตติจำนวน 45 คน ซึ่งจะใช้เวลาในการแปรญัตติ 15 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 2 ในการประชุมรัฐสภาสมัยหน้า ปลายเดือนมกราคม 54

หลังจากใช้เวลาในการพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับกว่า 12 ชั่วโมง ก็ได้ข้อสรุปในการผ่านญัตติในวาระแรก โดยการลงมติในร่างแก้ไข ฉบับที่คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร. รวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญในการให้นำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมาใช้นั้นไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา โดยมีคะแนนเสียงรับหลักการเพียง 222 เสียง ไม่รับหลักการ 235 เสียง และงดออกเสียง 123 เสียง ส่วนร่างที่ 2 ที่มีการลงมติ คือร่างแก้ไขที่มีสาระสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ซึ่งเสนอโดย ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 102 คน ร่างแก้ไขฉบับนี้ ก็ไม่ผ่านการพิจารณาเช่นเดียวกัน โดยได้รับคะแนนเห็นชอบ 148 เสียง ไม่เห็นชอบ 177 เสียง และไม่ออกเสียงอีก 212 เสียง
และเป็นไปตามความคาดหมาย ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 3 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ให้แก้ไขเรื่องที่มาของ ส.ส.ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 93-98 ผ่านการพิจารณาในวาระแรก ด้วยคะแนน 330 เสียง ไม่เห็นด้วย 156 เสียง และงดออกเสียงอีก 34 เสียง ขณะที่ร่างฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้มีการแก้ไขในมาตรา 190 เกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ก็ผ่านการพิจารณาไปด้วยเสีนง 354 เสียง ไม่รับหลักการ 19 เสียง และงดออกเสียง 17 เสียง
ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแปรญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณา 2 ฉบับ คือ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้แก้ในมาตรา 93-98 และฉบับที่เสนอให้แก้ในมาตรา 190 ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ 45 คน เพียงชุดเดียวพิจารณาร่างทั้ง 2 ฉบับ โดยยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับสัดส่วนกรรมาธิการ ที่เดิมระบุให้กรรมาธิการมีสัดส่วนมาจาก ส.ว. 10 คน และ ส.ส. 35 คนตามที่นั่งของ ส.ส.แต่ละพรรค
สำหรับกระบวนการหลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระแรกของการพิจารณา หลังจากนี้คณะกรรมาธิการร่วมที่ตั้งขึ้น 45 คน จะมีเวลาในการแปรญัตติ 15 วัน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมอภิปรายและลงมติอีกครั้ง ในวาระที่ 2 โดยจะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งขององค์ประชุม ซึ่งจะเป็นการพิจารณาในสมัยประชุมหน้า ปลายเดือนมกราคม ปี 2554 หากผ่านวาระที่ 2 จะเข้าสู่วาระที่ 3 คือการพิจารณาในครั้งสุดท้าย ซึ่งจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา คือมากกว่า 310 เสียง



แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน