เปิดสถิติ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจ ม.44 จำนวน 5 ฉบับ ในรอบ 2 สัปดาห์

เปิดสถิติ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจ ม.44 จำนวน 5 ฉบับ ในรอบ 2 สัปดาห์

เปิดสถิติ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจ ม.44 จำนวน 5 ฉบับ ในรอบ 2 สัปดาห์

รูปข่าว : เปิดสถิติ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจ ม.44 จำนวน 5 ฉบับ ในรอบ 2 สัปดาห์

เปิดสถิติ “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้อำนาจ ม.44 จำนวน 5 ฉบับ ในรอบ 2 สัปดาห์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดข้อมูล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจ ม. 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.รวม 5 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 58 -29 เม.ย. 58

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดข้อมูล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจ ม. 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.รวม 5 ฉบับ ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 58 - 29 เม.ย. 58 ดังต่อไปนี้ คือ

1.คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 6 /2558 มีสาระสำคัญ คือ การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

1.1ให้นางสุทธศรี วงษ์สมาน พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา

1.2 ให้ นายพินิติ รตะนานุกูล พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

1.3 ให้ นายกำจร ตติยกวี พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 

1.4ให้ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

1.5 ให้ นายอดินันท์ ปากบารา พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

1.6 ให้ นางรัตนา ศรีเหรัญ พ้นจากตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2. คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 7 /2558 ให้กรรมการคุรุสภา ตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 และกรรมการในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่ง โดยแต่งตั้งกรรมการโดยตำแหน่งหน้าที่แทนโดยมีผลจนกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะสิ้นสุดลง

กำหนดให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงิน ทรัพย์สิน และผลประโยชน์อื่นใด ของคุรุสภา สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และองค์การค้าของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา

3. คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 7 /2558 ให้ กสทช.ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ต้องดําเนินการสรรหา

4.คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 8 /2558 ให้นายพิชิต นิลทองคํา จัดหางานจังหวัดชลบุรี ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารแรงงานต่างด้าวตาม คำสั่ง คสช.สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ผู้อํานวยการสํานักบริหารแรงงานต่างด้าว

5.คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 10 /2558 จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย” (Command Center for Combating Illegal Fishing) เรียกโดยย่อว่า ศปมผ. (CCCIF) เป็นศูนย์เฉพาะกิจ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทํา การประมงผิดกฎหมาย (ผบ.ศปมผ.)

ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการ ว่า

1.พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช.มีแนวโน้มการใช้อำนาจตาม ม. 44 รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) อย่างต่อเนื่อง โดยบางคำสั่งเป็นอำนาจฝ่ายบริหารโดย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องออกคำสั่ง ตาม ม.44 รวมถึง การให้พ้นจากตำแหน่งหรือแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งมีที่มาตามกฎหมาย รวมถึงที่มาของกรรมการในองค์กรอิสระอย่างกสทช. ในภาวะปกติ นายกฯไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้

2.การดำรงอยู่และการใช้อำนาจตาม ม.44 สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำงานของฝ่ายบริหารในการใช้กลไกของรัฐประเทศที่มีอยู่ และหากปัญหาบางประการจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายควรกระทำผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งมีกระบวนการกลั่นกรองมากกว่า

3. ประชาชน และบุคลากรของรัฐไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใส ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่ง ตาม ม. 44 เพราะได้มีการรับรองความชอบรัฐธรรมนูญไว้ ส่งผลให้ประชาชนขาดหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ แม้จะมีการรับรองสิทธิเสรีภาพตาม ม. 4 ของรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) 2557 ไว้แล้วก็ตาม


กลับขึ้นด้านบน