วิเคราะห์..คดีตีความปราสาทพระวิหาร กัมพูชาทำตัวเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง

วิเคราะห์..คดีตีความปราสาทพระวิหาร กัมพูชาทำตัวเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง

วิเคราะห์..คดีตีความปราสาทพระวิหาร กัมพูชาทำตัวเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง

รูปข่าว : วิเคราะห์..คดีตีความปราสาทพระวิหาร กัมพูชาทำตัวเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง

วิเคราะห์..คดีตีความปราสาทพระวิหาร กัมพูชาทำตัวเหมือนอยู่ในโลกเสมือนจริง นักกฎหมายอิสระ วิเคราะห์ต่อถ้อยแถลงที่นายวีรชัย พลาศรัย ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของไทยที่เข้าแถลงต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า กัมพูชาอยู่ในโลกเสมือน ไม่ใช่โลกความจริงและเป็นการพูดไม่เป็นจริงต่อศาล

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ วิเคราะห์ข้อสังเกตของของนายวีระชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์ ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของไทยที่เข้าแถลงต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า กัมพูชาอยู่ในโลกเสมือน ไม่ใช่โลกความจริงและเป็นการพูดไม่เป็นจริงต่อศาล เช่น ขอให้ศาลกำหนดแนวเขตแดนของศาล ตามแผนที่ภาคผนวก 1 แต่เหตุใดปี 2543 ในการเอ็มโอยู 2543 ได้มีการร่วมเจรจากับไทยเพื่อสำรวจเขตแดน โดยอาศัยเรื่องสันธิสัญญาซึ่งร่วมถึงเส้นสันปันน้ำด้วย

นายวีรพัฒน์ กล่าวเสริมว่า จากหลักฐานที่กัมพูชาได้อ้างหลักฐานของฝ่ายไทย คือ แผนที่แนบท้ายในเอกสารการเสนอคณะรัฐมนตรี ปี 2505 แต่กัมพูชาเข้าใจผิดเรื่องกรอบ 2 วิธี ซึ่งฝ่ายไทยบอกว่า จะเลือกใช้ 1 วิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของการตีกรอบของไทย และการที่กัมพูชายกเอกสารของกระทรวงต่างประเทศ เช่น เรื่อง 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกัมพูชาเข้าใจผิดว่า ไทยยอมรับแล้ว แตฝ่ายไทยชี้ว่า เรื่องพื้นที่เป็นสิ่งที่กัมพูชากับไทยอ้างพิพาทกัน แต่ไม่ได้อธิบายว่าสิ่งที่กัมพูชาพูดชัดเจน

 
 


กลับขึ้นด้านบน