รองปลัด ยธ.เห็นแย้ง ตร.กรณีไม่แจ้งข้อหา "ฆ่าโดยไตร่ตรอง" วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ

รองปลัด ยธ.เห็นแย้ง ตร.กรณีไม่แจ้งข้อหา "ฆ่าโดยไตร่ตรอง" วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ

รองปลัด ยธ.เห็นแย้ง ตร.กรณีไม่แจ้งข้อหา "ฆ่าโดยไตร่ตรอง" วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ

รูปข่าว : รองปลัด ยธ.เห็นแย้ง ตร.กรณีไม่แจ้งข้อหา "ฆ่าโดยไตร่ตรอง" วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรมแสดงความเห็นแย้งกับตำรวจที่ไม่แจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับกลุ่มวัยรุ่นที่ทำร้ายชายพิการ เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ โดยนายธวัชชัยระบุว่า "ไตร่ตรองหรือไม่ดูง่ายมาก"

วันนี้ (17 พ.ค.2559) นายธวัชชัยแสดงความเห็นทางเฟซบุ๊ก "ธวัชชัย ไทยเขียว" โดยระบุว่า "คดีนี้คงเป็นที่ชัดเจนว่า พนักงานสอบสวนไม่เห็นว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุผลคือยังไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ผมกลับเห็นตรงข้ามกับพนักงานสอบสวนW

"ตอนแรกๆ ผมไม่ฟันธงว่าไตร่ตรองหรือไม่ จนกระทั่งมีคลิปของธนาคารฯ ที่อยู่บริเวณนั้นเผยแพร่ออกมา ปรากฏว่าผู้ต้องหามีการโทรศัพท์และยืนรออยู่สักพักเพื่อรอพรรคพวกที่จะตามมาพร้อมกับอาวุธมีดดาบ พฤติการณ์ที่ 'ยืนรอสักพัก' ตรงนี้ถือว่าเกี่ยวข้องกับระยะเวลาซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของศาลที่ใช้พิจารณาว่าไตร่ตรองหรือไม่"

นายธวัชชัยอธิบายว่าในการพิจารณาคดีว่าเป็นการไตร่ตรองหรือไม่ ศาลฎีกาถือหลักเกณฑ์ 2 ประการ คือ 1.ระยะเวลาก่อนเกิดเหตุ และ 2.มีการวางแผนก่อนเกิดเหตุ

"ต้องเข้าใจก่อนว่า กฎหมายไม่เคยมีคำจำกัดความของ การไตร่ตรอง ว่ามีความหมายแบบใด ดังนั้นแนวฎีกาจึงสำคัญเพราะจะบอกเราว่า ศาลตีความกฎหมายไว้อย่างไร" นายธวัชชัยระบุ พร้อมกหยิบยกคำพิพากษาศาลฎีกามาเป็นตัวอย่าง คือ

-คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 218/2527 ระบุว่า "...หลังจากทะเลาะกัน ผ่านไป 10 นาที จำเลยกลับมาใช้ปืนยิงผู้เสียหาย ถือว่า ระยะเวลา 10 นาที เพียงพอที่จะทำให้จำเลยคิดและมีสติได้ จึงถือว่าเป็นการไตร่ตรอง..."
-คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 834/2520 ระบุว่า "...หลังจากทะเลาะกัน ผ่านไป 10 นาที จำเลยกลับมาพร้อมปืนมายิงผู้เสียหายถือว่าจำเลยมีโอกาส ไตร่ตรองคิดทบทวนดีแล้ว ในช่วงเวลา 10 นาที ดังกล่าว จึงถือว่าไตร่ตรอง ไว้ก่อน..."
-คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1248/2509 ระบุว่า "...จำเลยเกิดโทสะไปแล้ว ความคิด ต่อจากนั้น จึงเป็นเรื่องของการคิดไตร่ตรอง จะมาอ้างว่ายังมีโทสะอยู่ ไม่ได้..."
-คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2217/2556 ระบุว่า "...การที่มีเวลาคิดไตร่ตรอง ย่อมจะไม่ใช่เกิดเหตุปัจจุบันทันด่วน..."

การแสดงความเห็นของนายธวัชชัยมีขึ้นหลังจากที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวเมื่อวานนี้ (16 พ.ค.255) ชี้แจงเหตุผลที่ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไวก่อนกับกลุ่มวัยรุ่นที่ทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการอายุ 36 ปี จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2559 โดยยืนยันว่าพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอที่จะแจ้งข้อหานี้

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวางเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้พิการ ขณะที่ผู้ต้องหาบางคนเป็นลูกตำรวจ ซึ่งทางญาติและทนายได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงตำรวจจึงไม่แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ทำให้วันนี้ (16 พ.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ต้องออกมาแถลงถึงเหตุผลและความคืบหน้าในการทำคดี พร้อมทั้งยืนยันว่าตำรวจทำคดีนี้อย่างรอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

กลับขึ้นด้านบน