สั่งฟ้อง 7 วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา-ชี้ไม่ใช่ "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

สั่งฟ้อง 7 วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา-ชี้ไม่ใช่ "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

สั่งฟ้อง 7 วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา-ชี้ไม่ใช่ "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

รูปข่าว : สั่งฟ้อง 7 วัยรุ่นทำร้ายชายพิการ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา-ชี้ไม่ใช่ "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

อัยการสั่งฟ้อง 7 ผู้ต้องหาคดีทำร้ายชายพิการข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธ และบุกรุกเคหะสถาน คาดส่งฟ้องศาล 13 ก.ค.นี้ ชี้ไม่เข้าข่าย "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

วันนี้ (11 ก.ค.2559) เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสั่งคดีที่นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 7 คน คือ นายพีระพล ยศพงษ์อนันต์ , นายอัครเดช ทัศนะ , นายมนต์มนัส แสงโพธิ์ , นายจตุพร จันทร์โสภา , นายเมฆ พลไกรสร , นายอรินทร์ ยศพงษ์อนันต์ , และ น.ส.ณัฐนิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ โดยกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่น และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนนายอัครเดช นายจตุพร นายเมฆ และนายอรินทร์ ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันมีญาติผู้เสียชีวิตได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งคณะพนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนและหลักฐานประกอบแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ กับนายอัครเดช นายจตุพร นายเมฆ และนายอรินทร์ เพิ่มเติม

สาเหตุที่อัยการยังไม่เห็นว่าคดีนี้ไม่ใช่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามที่ญาติผู้เสียชีวิตร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นการกระทำโดยปัจจุบันทันด่วน ไม่มีการคิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจไปกระทำความผิด และได้มีความเห็นสั่งคดีนี้เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะนำสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องส่งฟ้องต่อศาลอาญา ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ซึ่งครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาผัดที่ 6

สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายกำหนดบทลงโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ซึ่งจะต้องมีการวางแผนเตรียมการที่จะกระผิดชัดเจน เช่น การว่าจ้างมือปืนไปฆ่าผู้อื่น ซึ่งแตกต่างจากข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่มีบทลงโทษ ตั้งแต่ประหารชีวิต , จำคุกตลอดชีวิต และจำคุกตั้งแต่ 15 - 20 ปี ส่วนผู้เสียหาย หากต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย ก็สามารถยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อยื่นต่อศาล ขอรับค่าเสียหายในคดีอาญาได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องคดีความเพิ่มอีก แต่จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะสืบพยานนัดแรกในคดี หรือก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีความ

 

 

กลับขึ้นด้านบน