กรมทางหลวงสรุปความเสียหายจากพายุเซินกา คาดใช้งบประมาณ 2,128 ล้านบาทซ่อมถนน

กรมทางหลวงสรุปความเสียหายจากพายุเซินกา คาดใช้งบประมาณ 2,128 ล้านบาทซ่อมถนน

กรมทางหลวงสรุปความเสียหายจากพายุเซินกา คาดใช้งบประมาณ 2,128 ล้านบาทซ่อมถนน

รูปข่าว : กรมทางหลวงสรุปความเสียหายจากพายุเซินกา คาดใช้งบประมาณ 2,128 ล้านบาทซ่อมถนน

กรมทางหลวงระดมเจ้าหน้าที่จากทุกส่วนช่วยน้ำท่วมสกลนคร พร้อมสรุปความเสียหายของทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากพายุเซินกา คาดว่าอาจใช้งบซ่อมทางหลวงกว่า 2,128,078,000 บาท

วันนี้ (1 ส.ค.2560) นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจความเสียหายของทางหลวงจากอิทธิพลของพายุเซินกาพื้นที่ จ.สกลนคร ว่า หลังจากที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สกลนคร ที่ผ่านมาได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงที่ 3 (สกลนคร) แขวงทางหลวงสกลนครที่ 1, แขวงทางหลวงนครพนม และแขวงทางหลวงบึงกาฬ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สกลนคร ในเบื้องต้นโดยด่วนก่อน เช่น ขนย้ายสิ่งของ ช่วยเหลือในการแจกน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เส้นทางที่ถูกน้ำตัดขาดได้สั่งการให้ทอดทอดสะพานเบลีย์เพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ โดยทันทีได้แก่ บริเวณสะพานขาดที่บ้านห้วยทราย อ.เมือง จ.สกลนคร ถนนสกลนคร - อุดรธานี ใน ทล.22 ตอนสูงเนิน - ท่าแร่ ที่ กม.147+700 และบริเวณ ทางหลวงหมายเลข 223 สกลนคร - นาแก สะพานห้วยตารอด กม.18 หลังจากน้ำลดได้ระดมเจ้าหน้าที่รถบรรทุกน้ำทำความสะอาดบริเวณสี่แยกบ้านธาตุ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร รวมทั้งนำรถบรรทุกขนย้ายประชาชนและยานพาหนะในพื้นที่ จ.สกลนคร ทำความสะอาดโรงเรียนเมืองสกลนครหลังน้ำลด ทำความสะอาดสำนักงานขนส่ง จ.สกลนคร รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย

 

 

ทั้งนี้ รวมถึงภารกิจตามบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในการให้กรมทางหลวงนำเครื่องจักรพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการเร่งระบายน้ำออกจากท่าอากาศยานให้สามารถเปิดบริการเที่ยวบินได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยใช้รถแบคโฮจำนวน 5 คัน ขุดด้านหัวท่าอากาศยาน ซึ่งมีพื้นที่สูงให้เป็นรางระบายน้ำขนาด 3 เมตรให้ลึกมากที่สุดพอน้ำลดระดับขุดให้ลึกเพิ่มอีก เพื่อให้น้ำระบายออกสู่หนองหารได้เร็วขึ้น ใช้หน่วย Falling Weight Deflectometer (FWD) จากสำนักวิเคราห์และตรวจสอบ

 

 

ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงเข้าทดสอบพื้นรันย์เวย์สนามบิน เพื่อทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้างทางด้วยน้ำหนักตกกระแทกแล้วตรวจวัดการแอ่นตัวของผิวทาง ในการทดสอบนี้ใช้แรงกระทำ เทียบเท่าแรงดันล้อเครื่องบินที่ใช้งานสนามบิน ทดสอบทุกระยะ 50 เมตร ตามแนว center line และห่างออกมาข้างละ 3 เมตร และ 6 เมตร ซ้ายและขวา ผลการทดสอบค่าการแอ่นตัวของผิวทางเมื่อรับน้ำหนักตกกระแทกแสดงว่าทางวิ่งและทางขับของสนามบินสกลนครมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับการขึ้นลงของเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย ระดมชุดล้างทำความสะอาด โดยใช้รถน้ำจำนวน 15 คัน แรงงานประมาณ 60 คน เข้าทำความสะอาดรันเวย์รวมถึงนำเครื่องจักรเร่งปฏิบัติการซ่อมแซมถนนทางเข้าท่าอากาศยานสกลนคร

 



อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรประกอบด้วยรถบรรทุกน้ำ รถเครน รถบรรทุกน้ำ รถแบ็คโฮ รถปูยาง รถบรรทุกสิบล้อ รถปิคอัพ จากแขวงทางหลวงใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งสิ้น 37 คัน เจ้าหน้าที่ 134 คน โดยหลังจากนี้จะประเมินผลความเสียหายของถนนตั้งแผนและซ่อมแซมต่อไป สำหรับในพื้นที่อื่นที่คาดว่าจะได้รับมวลน้ำจาก จ.สกลนคร เช่น จ.นครพนม, จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา

 



สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพายุเซินกาของกรมทางหลวงล่าสุดได้สรุปประเภทความเสียหายไว้ 4 ประเภท คือ 1.สะพานขาด/สะพานชำรุด (รวมถึงคอสะพานชำรุด/ต่อม่อทรุด) 9 แผนงาน ใช้วงเงิน 104,999,000 บาท , 2.ดินสไลด์/คันทางสไลด์ 22 แผนงานใช้วงเงิน 265,085,000 บาท, 3.อาคารระบายน้ำชำรุดเสียหาย (ท่อ,BOX Culvert) 72 แผนงานใช้วงเงิน 844,295,000 บาท, 4.โครงสร้างถนนชำรุด57 แผนงานใช่วงเงิน 913,699,000 บาท รวมทั้งสิน 160 แผนงาน งบประมาณ 2,128,078,000 บาท (ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยยังไม่ยุติ ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง)

สำหรับแผนงานทั้งหมดจะแบ่งเป็นแผนระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งระยะสั้น ได้แก่ ลักษณะงานแก้ไขน้ำท่วมในระยะสั้น งานซ่อมแซมเพื่อให้จราจรผ่านได้ ในเบื้องต้นหลังเกิดน้ำท่วม จัดหาทางเลี่ยง ทางลัดทำทางเบี่ยง หรือทอดสะพานเบลีย์ งานระยะกลาง ได้แก่ งานที่บูรณะฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพเดิม พร้อมทั้งทำการป้องกันโครงสร้างส่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายลักษณะเดิมอีกในอนาคต ประชาชนที่ต้องการสอบถามสภาพเส้นทางการจราจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย ต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเหตุบนทางหลวง เช่น ต้นไม้ล้ม ทางขาด สามารถแจ้งได้ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ทุกวันฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน