เปิดกลยุทธ์ หวังไทยบุก "ตลาดจีน" สำเร็จ

เปิดกลยุทธ์ หวังไทยบุก "ตลาดจีน" สำเร็จ

เปิดกลยุทธ์ หวังไทยบุก "ตลาดจีน" สำเร็จ

รูปข่าว : เปิดกลยุทธ์ หวังไทยบุก "ตลาดจีน" สำเร็จ

แนะกลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบุก "ตลาดจีน" อยากสำเร็จต้องรู้จักเลือกสินค้าที่ถูกใจ และคนจีนชื่นชอบ พร้อมปรับตัวเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีการค้าขายในตลาดอีคอมเมิร์ซ

หลังจาก แจ๊ค หม่า ทำสัญญากับรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 โดยนำอาลีบาบาร่วมลงทุนในไทยกว่า 11,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายพัฒนาศูนย์กลางกระจายสินค้าในไทย และร่วมพัฒนาผู้ประกอบการรายเล็กและย่อยของไทย เข้าสู่อีคอมเมิร์ซและตลาดในจีน เป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย ที่จะก้าวเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

ไทยพีบีเอสจึงจัดงานเสวนา การค้ามิติใหม่ ไทย-จีน เปิดกลยุทธ์ผู้ประกอบการไทยบุกจีน เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้แนวทางการเตรียมตัวทำการค้ากับจีนในยุคดิจิทัล ผู้เข้าร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่าผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปบุกตลาดจีนได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหาสินค้าที่เป็นที่ต้องการของจีนให้ได้เสียก่อน

นายบรรพต หาญทองคำ ผู้บริหารบริษัท บีบี เบิร์ดเนส เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ส่งรังนกขายในประเทศจีน พบว่าผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการหาสินค้าที่คนจีนต้องการ และจดเครื่องหมายการค้าทั้งในประเทศไทยและในประเทศจีน เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

น.ส.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI กล่าวว่า การค้าขายกับจีนในยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว และเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี เพื่อจะสามารถกระจายสินค้าสู่ตลาดที่หลากหลายได้ทุกแพลตฟอร์ม ขณะที่สินค้าที่จะบุกตลาดจีน ต้องเป็นสินค้าที่มีจุดเด่น มีความประณีต ใส่ใจในความต้องการของลูกค้า ไม่ควรแข่งขันเรื่องสินค้าราคาถูก เพราะจีนมีศักยภาพทำได้ดีกว่า

นายวิบูลย์ คูสกุล อดีตเอกอัครราชฑูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า การค้าขายในจีนผู้ประกอบการต้องทำการบ้าน ต้องศึกษาว่าสินค้าแบบไหนที่ตลาดจีนต้องการ ก่อนหน้านี้ไทยเคยนำลองกองไปขายที่จีน แต่ไม่สามารถขายได้ เพราะรสชาติไม่ถูกใจ แตกต่างจากทุเรียนที่นำไปขายแล้วขายได้ เพราะคนจีนชอบผลไม้ที่มีรสชาติ หวาน มัน

นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kaidee กล่าวว่า ความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการบุกตลาดอีคอมเมิร์ซ มีน้อยมาก หลายคนไม่กล้าเริ่มเพราะคิดว่าอีคอมเมิร์ซคือเรื่องใหญ่ รายละเอียดเยอะและยาก จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องรู้จักอีคอมเมิร์ซทั้งหมด แค่เปิดใจและลองใช้เทคโนโลยีขายของในตลาดไทยก่อน ขณะที่สินค้าที่ต้องการไปขายจีน แนะนำให้ทดลองตลาดกับนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย ถ้าสินค้าถูกใจคนจีน โอกาสจะนำไปขายต่อที่ประเทศจีนก็เป็นไปได้สูง

SME ไทย ต้องเรียนรู้ “เทคโนโลยี”

น.ส.เสาวรัจ ยกตัวอย่างการเตรียมพร้อมให้ผู้ประกอบการของประเทศสิงค์โปร์เข้าสู่โลกดิจิทัลว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศสิงค์โปร จัดโปรแกรม sms go to digital ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการค้าขายในตลาดอีคอมเมิร์ซ ให้มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เรียนรู้ e-order ,e-payment ,e- sale วิเคราะห์สินค้า พร้อมให้เงินสนับสนุนในการอบรมด้านต่างๆ

แตกต่างจากไทยที่ผู้ประกอบการต้องขวนขวายเอง รัฐยังไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความรู้เรื่องเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ควรจัดโปรแกรมลักษณะเดียวกับประเทศสิงค์โปร์ ที่จะสอนเทคโนโลยี สอนความรู้เชิงเทคนิคการสั่งซื้อของ และเรื่องๆ อื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยอยู่กับโลกดิจิทัลให้ได้อย่างครบวงจร ไม่เช่นนั้นเราอาจจะสูญเสียโอกาสในการค้าขายกับจีน

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายบรรพต ที่ระบุว่าขณะนี้ยังไม่มีทีมงาน หรือองค์กรของไทย ที่จะช่วยผู้ประกอบการไทย ในการนำพาสินค้าไปจีนอย่างเป็นรูปธรรม แม้จะมีช่องทางของอาลีบาบา หรือเจดีดอตคอม ที่เขาทำช่องทางไว้ให้แล้ว

การค้าขายกับประเทศจีนในยุคดิจิทัล คุณภาพของสินค้าเป็นอีกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องใส่ใจ และต้องสามารถคงเอกลักษณ์สินค้าจากไทยไว้ให้ได้ ประกอบกับในอนาคตต้องคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้สินค้าไทยส่งไปจีนได้รวดเร็วกว่าปัจจุบัน

 

 

กลับขึ้นด้านบน