ซีล-แพทย์ประกบ 13 ชีวิต ยันคืนนี้ได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่

ซีล-แพทย์ประกบ 13 ชีวิต ยันคืนนี้ได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่

ซีล-แพทย์ประกบ 13 ชีวิต ยันคืนนี้ได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่

รูปข่าว : ซีล-แพทย์ประกบ 13 ชีวิต ยันคืนนี้ได้คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่

ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ระบุซีลและแพทย์ดูแล 13 ชีวิตอยู่ในถ้ำ เตรียมเคลื่อนย้ายออกจากถ้ำทันทีเมื่อปลอดภัย ยืนยันทุกคนสบายดี ให้อาหารย่อยง่าย ขณะที่ทุกภาคส่วนยังเร่งพร่องน้ำออกมาจากถ้ำ คาดวางสายโทรศัพท์แล้วเสร็จคืนนี้

วันนี้ (3 ก.ค.61) เวลา 17.10 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ว่า ช่วงเช้าที่มีการประชุมและยืนยันภารกิจเดิม หลังภารกิจการค้นหาทั้ง 13 คนเสร็จสิ้นแล้ว ต่อไปคือการกู้ภัยและฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ ยืนยันว่าเมื่อนำเด็กมีความพร้อมแล้วจะนำออกจากถ้ำทันที โดยทางการแพทย์จะดูแลเรื่องอาหารเพื่อความแข็งแรง, ดูแลเรื่องโรคติดต่อทั้ง 13 คน และเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือด้วย

นอกจากนี้ จังหวัดเชียงรายได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติ ตั้งแต่ถ้ำทรายทองทางตอนใต้ลงไป รวม 200 กว่าครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 1,400 ไร่ ที่ได้รับผลกระทบจากการพร่องน้ำในถ้ำเขาหลวงและเข้าท่วมพื้นที่แล้ว เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

"เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มความสามารถ หากช่วงเวลาเหมาะสมจะนำเด็กออกมาทันที เพื่อให้เกิดความปลอดภัย คนไหนแข็งแรงนำออกมาก่อน ส่วนคนไม่แข็งแรงก็ดูแลก่อนนำออกมา"

ขณะที่ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ระบุว่า ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน สบายดี โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลอยู่ด้วย 7 คน มีนายแพทย์ 1 คน พยาบาลเวชศาสตร์ 1 คน และได้ให้ทุกคนรับประทานอาหารโดยเริ่มจากอาหารที่ย่อยง่ายและให้เกลือแร่ ส่วนการดูแลนั้น ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ยืนยันจะดูแลทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ให้ดีที่สุด และจะนำทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย

สำหรับทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ที่อยู่ในถ้ำมา 10 วัน ทุกคนยังแข็งแรงดี เจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้นำสารดูดคาร์บอน ที่ใช้ในงานราชการมาช่วยเสริม เพราะฉะนั้นทุกคนอยู่ได้อย่างสบาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งวางสายโทรศัพท์ เพื่อให้พ่อแม่ได้พูดคุยกับทีมหมูป่า คาดแล้วเสร็จภายในคืนนี้ โดยชี้ว่าแม้น้ำจะขึ้น แต่ก็จะไม่ขึ้นมาสูงเกินกว่าที่เคยอย่างแน่นอน


เมื่อถูกถามถึงการนำทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำ พล.ร.ต.อาภากร ระบุว่า วิธีแรก ต้องทำการพร่องน้ำออกมาให้เร็วที่สุด แต่ถ้าทำไม่ได้ก็มีแผนสำรอง สุดท้ายแล้วทุกคนจะกลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อย่างปลอดภัย ส่วนการดำน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งแต่ต้องดูความพร้อม ตอนนี้หน่วยซีลไปเป็นเพื่อนกับน้องๆ ไม่อยากให้กังวล เจ้าหน้าที่ดูแลทั้งด้านจิตวิทยาและร่างกายพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน 

เมื่อถามว่า จะนำผู้สูญหายออกมาอย่างไร ออกมาทีละคน หรือนำคนที่แข็งแรงออกมาก่อน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ตอบว่า “เดี๋ยวก็ได้ดูกันครับ เราทำเต็มที่ ทุกคนทำงานหนัก แม้แต่พลทหารคนสุดท้าย ทำงานหนักมา เราช่วยกันทำงานเพื่องานนี้”

 

พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.37 กล่าวว่า ในพื้นที่ของถ้ำทรายมีการพร่องน้ำสำเร็จ โดยพร่องน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงปัจุจบัน 75 ชั่วโมงแล้ว โดยสามารถพร่องน้ำได้ ชั่วโมงละ 1,600,000 ลิตร ขณะนี้พร่องน้ำไปแล้ว 120 ล้านลิตร จึงได้ประกาศภัยพิบัติให้กับประชาชนใน 4 ตำบล ส่วนการอุดน้ำต้นน้ำ สูบน้ำออกจากถ้ำ ก็ยังได้ผลดี

 

กลับขึ้นด้านบน