คาดไฟไหม้ใต้ระวางเรือสินค้าแหลมฉบัง-ไม่ใช่สินค้าอันตราย

คาดไฟไหม้ใต้ระวางเรือสินค้าแหลมฉบัง-ไม่ใช่สินค้าอันตราย

คาดไฟไหม้ใต้ระวางเรือสินค้าแหลมฉบัง-ไม่ใช่สินค้าอันตราย

รูปข่าว : คาดไฟไหม้ใต้ระวางเรือสินค้าแหลมฉบัง-ไม่ใช่สินค้าอันตราย

ผอ.ท่าเรือแหลมฉบัง ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บนเรือบรรทุกสินค้า เกิดขึ้นที่บริเวณหัวเรือ KMTC Hongkong คาดต้นเพลิงมาจากใต้ระวางเรือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลสินค้าอันตรายอยู่ระหว่างพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงสินค้าที่ถูกไฟไหม้ เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีอันตราย

วันนี้ (25 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บนเรือบรรทุกสินค้าที่จอดเทียบท่า A2 ท่าเรือแหลมฉบัง ร.ท.ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่บริเวณหัวเรือ KMTC Hongkong โดยเป็นเรือสัญชาติเกาหลีใต้และมีขนาด 16,731 กรอสตัน มีจำนวนตู้สินค้าทั้งลำ 676 ใบ แต่มาลงท่าเรือแหลมฉบัง 463 ใบ โดยนำลงมาแล้วกว่า 400 ใบ เหลืออีก 35 ใบที่ยังไม่ได้ลง และส่วนที่เหลือจะนำลงที่ท่าเรือยูนิไฮและที่เวียดนาม

หลังเกิดเหตุ ท่าเรือแหลมฉบังได้ส่งทีมดับเพลิงเข้าพื้นที่ทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมเพลิง ซึ่งต้นเพลิงที่ลุกไหม้คาดว่าเกิดอยู่ใต้ระวาง ขณะนี้กำลังตรวจสอบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เพราะมีข่าวว่าเป็นตู้สินค้าที่เป็นสารเคมีอันตราย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริเวณที่เป็นจุดต้นเพลิงอาจไม่ใช่สินค้าอันตราย ซึ่งไฟไหม้ที่ใต้ระวางจะควบคุมเพลิงโดยใช้โฟมฉีดอัดลงไปไม่ให้มีออกซิเจน เพื่อให้ไฟดับ แต่เนื่องจากพื้นท้องเรือและระวางมีระยะประมาณ 12 เมตรจึงต้องใช้โฟมจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าโฟมที่มีจะเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามได้ประสานกับ ปตท.เพื่อยืมอุปกรณ์ใช้ควบคุมเหตุการณ์

 

ส่วนสารเคมีที่เกิดขึ้นอาจมาจากกรณีที่สินค้าถูกไฟเผา เนื่องจากสินค้าที่อยู่ในตู้เป็นตุ๊กตาและของเล่นเด็ก ไม่ใช่ตู้สารเคมี จึงต้องหาสาเหตุต่อไปว่าเหตุใดจึงเกิดเพลิงไหม้ และในส่วนที่อาจจะเป็นต้นเพลิงนั้น สภ.แหลมฉบัง จะตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานต่อไป

ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันว่าขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยที่ผ่านมามีการระบุตัวสินค้า ท่าเรือแหลมฉบังกรณีที่เรือจะเข้าท่าจะบังคับหากเป็นตู้สินค้าอันตรายจะให้นำตู้สินค้าลงจากเรือให้หมด กรณีนี้ได้นำสินค้าลงจากเรือหมดแล้วและนำไปที่คลังสินค้าอันตราย ซึ่งมีอุปกรณ์ป้องกันเป็นพิเศษ

 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก สถานที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนจากการสูดดมกลิ่นและโดนสะเก็ดการปะทุของคอนเทนเนอร์ ซึ่งได้นำตัวส่งที่โรงพยาบาลแล้ว ขณะเดียวกันไม่สามารถควบคุมทิศทางของกลุ่มควันได้ หากประชาชนได้กลิ่นขอให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่มิดชิด เพื่อป้องกันการสูดดมควันโดยตรง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสินค้าอันตราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์และการเปลี่ยนแปลงสินค้าที่ถูกไฟไหม้ เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีอันตราย แต่จะมีผลกระทบที่อาจทำให้แสบตาหรือจมูก

สำหรับเรื่องความเสียหายมีการตั้งศูนย์รับเรื่องแล้ว โดยสามารถไปลงชื่อได้ที่เทศบาลนครแหลมฉบัง ส่วนประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหายขอให้ถ่ายภาพและนำไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อประกอบการเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป

ด้าน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี ได้อพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ไฟไหม้" เรือบรรทุกตู้สินค้า ท่าเรือแหลมฉบัง

คุมเพลิงได้! คาด "สารเคมี" ระเบิดต้นเพลิงไฟไหม้ท่าเรือแหลมฉบัง

 

กลับขึ้นด้านบน