เปิดตัว"โฮงเฮียนแม่น้ำของ" สานต่อองค์ความรู้"นิเวศน์-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม" สู่คนรุ่นหลัง

เปิดตัว"โฮงเฮียนแม่น้ำของ" สานต่อองค์ความรู้"นิเวศน์-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม" สู่คนรุ่นหลัง

เปิดตัว"โฮงเฮียนแม่น้ำของ" สานต่อองค์ความรู้"นิเวศน์-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม" สู่คนรุ่นหลัง

รูปข่าว : เปิดตัว"โฮงเฮียนแม่น้ำของ" สานต่อองค์ความรู้"นิเวศน์-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม" สู่คนรุ่นหลัง

เปิดตัวโฮงเฮียนแม่น้ำของ ใน ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย สานต่อองค์ความรู้ด้านระบบนิเวศน์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม สู่คนรุ่นหลัง

วันนี้ (18 ธ.ค.2558) นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาโฮงเฮียนแม่น้ำของ กล่าวว่า โฮงเฮียนแม่น้ำของ ใน ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย จะเป็นสนามการเรียนรู้นิเวศน์วัฒนธรรมให้กัยโรงเรียนต่าง ๆ ใน อ.เชียงของ และเป็นแหล่งเรียงรู้ให้กับคนในท้องถิ่น เพื่อให้รู้จักสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตัวเอง เพื่อสานต่อองค์ความร้ท้องถิ่นสู่คนรุ่นหลัง และให้รู้จักปกป้องรักษาทั้งระบบนิเวศน์ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ปรัชญาเคารพธรรมชาติ ศรัทธาความเท่าเทียมของมนุษย์ ซึ่งหมายความถึง การรู้จักสิทธิของตัวเอง ในการที่จะรักษาสิทธิชุมชน เพื่อปกป้องแหล่งอาหาร วิถีชีวิตและวัฒนธรรมให้คงอยู่

 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้อำนวยงานโฮงเฮียนแม่น้ำของ และประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาก ระบบนิเวศน์ในแม่น้ำโขงถูกคุกคามจากการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนผลิตไฟฟ้าในแม่น้ำโขงที่กำลังอยู่ดำเนินการ ทำให้สิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น อย่าง ปลาในแม่น้ำโขง วิถีชีวิตริมน้ำโขงค่อย ๆ หายไป จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเขื่อนการจัดให้มีสนามการเรียนรู้จะทำให้เด็กได้มีกระบวนการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และของจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้รู้ว่าท้องถิ่นของตัวเองมีอะไรที่ต้องรักษาไว้จะได้ มีองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ และปกป้องแม่น้ำโขงต่อไปได้

นายนิวัฒน์ กล่าวต่อว่า การร่วมกันลงนามความร่วมมือจากโรงเรียนต่าง ๆ ใน อ.เชียงของ ครั้งนี้ ถือเป็นกลไกหลักหลักที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนการศึกษา จากการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาระดับท้องถิ่นและระดับอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง องค์ความรู้จากโฮงเฮียนแม่น้ำของจะเป็นกลไกศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาและสร้างกระบวนการเรียนรู้การทำงานด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงต่อไปในอนาคต

กลับขึ้นด้านบน