แถลงผลงาน 1 ปีกลาโหม ย้ำทำงานสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมให้สังคมประเมิน

แถลงผลงาน 1 ปีกลาโหม ย้ำทำงานสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมให้สังคมประเมิน

แถลงผลงาน 1 ปีกลาโหม ย้ำทำงานสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมให้สังคมประเมิน

รูปข่าว : แถลงผลงาน 1 ปีกลาโหม ย้ำทำงานสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมให้สังคมประเมิน

แถลงผลงาน 1 ปีกลาโหม ย้ำทำงานสนองนโยบายรัฐบาล พร้อมให้สังคมประเมิน กระทรวงกลาโหม แถลงผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปี ย้ำการทำงานสนองตอบนโยบายรัฐบาล ในการแก้ปัญหาทุกด้าน พร้อมทั้งมีบทบาทเทิดทูนสถาบัน และเร่งแก้ปัญหาภาคใต้เชิงรุก ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมให้สังคมประเมินผลงาน

ผลงาน 1 ปี กับ 2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็น 7 เดือนในการทำหน้าที่ดูแลกองทัพของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต แม้ย้ำบทบาทการทำงานด้านความมั่นคง สนองตอบนโยบายรัฐบาล แต่สิ่งที่สังคมจับจ้องกลับเลี่ยงไม่พ้นบทบาทที่คาบเกี่ยวกับการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยหลักฐานหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดปัญหาการปรับย้ายนายทหาร และคำสั่งช่วยราชการปลัดกระทรวงกลาโหม ตามมาด้วยกระแสข่าวมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง แต่ พล.อ.อ.สุกำพล ยืนยันว่า พร้อมรับผิดชอบต่อการดำเนินงานทุกด้าน และให้สังคมเป็นผู้ประเมินผลงาน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมย้ำผลงานในรอบ 1 ปี ให้ความสำคัญกับการสนองนโยบายรัฐบาล และเน้นเสริมสร้างศักยภาพกองทัพ โดยทบทวนแผนแม่บทการปรับโครงสร้างกระทรวงกลาโหมให้กระทัดรัดมากขึ้น จัดทำยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยพัฒนาระบบป้องกันการล่วงละเมิดสถาบันทางอินเตอร์เน็ต และจัดเครือข่ายเทิดทูนสถาบันในส่วนกลางและภูมิภาค

ขณะเดียวกันมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยอมรับว่า มีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนบางส่วนไม่พอใจการทำงานในภาคใต้ แต่ยืนยันว่า กองทัพร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ และนับว่า เดินมาถูกทางแล้ว โดยต้องเน้นการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อจำกัดเสรีในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ในรอบ 1 ปี กระทรวงกลาโหมยังเสริมสร้างความสัมพันธืกับประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มประเทศอาเซียน และประเทศมหาอำนาจ พร้อมย้ำความคืบหน้าในการแก้ปัญหาชายแดนปราสาทพระวิหารร่วมกับกัมพูชา ที่นำไปสู่การปรับกำลังทหารตามมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลโลก นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยการจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม และมีความร่วมมือระหว่างกับกลาโหมอาเซียน

สำหรับบทบาททหารภายในประเทศ ที่เป็นกลไกสำคัญในการรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในปีที่แล้ว โดยใช้กำลังทหารกว่า 60,000 คน และพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกันก็ยังคงหน้าที่หลักในการดูแลความมั่นคงชายแดน และมีบทบาทป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด และการสกัดกั้น ปราบปราม

ผลการดำเนินงาน 1 ปีกระทรวงกลาโหม เป็นส่วนหนึ่งที่จะใช้ประกอบการแถลงผลงานของรัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า ทุกรอยร้าวในกองทัพได้ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วและทำงานร่วมกับเหล่าทัพด้วยความเชื่อมั่นศรัทธา


กลับขึ้นด้านบน