สิ้นไข่มุกเอเชีย "ภาวนา ชนะจิต"

สิ้นไข่มุกเอเชีย "ภาวนา ชนะจิต"

สิ้นไข่มุกเอเชีย "ภาวนา ชนะจิต"

รูปข่าว : สิ้นไข่มุกเอเชีย "ภาวนา ชนะจิต"

สิ้นไข่มุกเอเชีย เป็นที่จดจำในภาพของนางเอกสาวไร้เดียงสา ตั้งแต่ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกที่แจ้งเกิด และโด่งดังถึงขีดสุดเมื่อมีผลงานแสดงหนังฮ่องกงจนได้ฉายาไข่มุกแห่งเอเชีย ฝากผลงานไว้กว่า 100 เรื่อง วันนี้ ภาวนา ชนะจิตจากไปโดยยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแน่ชัด

การประกบคู่กับพระเอกเอเชียยุค '70 อย่าง เดวิด เจียง จากหนังเรื่อง Duel of Fists ส่งให้ภาวนา ชนะจิตโด่งดัง และมีผลงานภาพยนตร์ฮ่องกงต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง ทั้ง The King Boxer คู่กับเมิ่งเฟย พระเอกนักบู๊ดาวรุ่ง และ The Bloody Fight โดยภาวนาใช้ชื่อภาษาจีน หลิวหลานหยิน ประกาศความสามารถของนักแสดงหญิงไทย สู่สายตาผู้ชมชาวเอเชีย 
 
ชื่อเสียงบวกกับบุคลิกสดใสน่ารักทำให้ ภาวนา ชนะจิต ได้รับสมญานามเป็น "ไข่มุกแห่งเอเชีย" จากแฟนภาพยนตร์ และสื่อมวลชนฮ่องกงในฐานะนักแสดงจากประเทศไทยในจำนวนไม่กี่คน ที่ไปมีชื่อเสียงโด่งดังยังต่างประเทศในยุคนั้น
 
ภาพนางเอกอ่อนเยาว์ ไร้เดียงสาของภาวนา ชนะจิตเป็นที่จดจำในใจของแฟนหนังไทย โดยเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้วแจ้งเกิดจากเรื่องแสงสูรย์จากการชักนำของศิรินทิพย์ ศิริวรรณ ซึ่งภาวนาแสดงร่วมกับมิตร ชัยบัญชา โดยมีอมรา อัศวนนท์พลิกมารับบทร้าย และรับส่งบทกับภาวนาได้เป็นอย่างดี จนส่งให้ภาวนาในวัย 18 ปี จากบทโชติรสคว้ารางวัลตุ๊กตาทอง ดาราสมบทหญิงยอดเยี่ยม ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง
 
ภาวนา ชนะจิตมีผลงานแสดงกับพระเอกหลายคนทั้งอดุลย์ ดุลรัตน์ สมบัติ เมทะนี อุเทน บุญยงค์ และอีกมากมาย แต่ที่มีผลงานแสดงร่วมกันมากที่สุดจนเรียกได้ว่าเป็นพระเอกคู่ขวัญคือยอดชาย เมฆสุวรรณ
 
ผลงานกว่า 100 เรื่องที่ภาวนา ชนะจิตฝากไว้ให้แฟนภาพยนตร์ในฐานะดารายอดนิยม แต่หลังจากวัยสาวร่วงโรยทำให้ ภาวนา ยังอยากให้แฟนๆ เก็บภาพความประทับใจของนางเอกสาวไร้เดียงสาของเธอไว้ จึงไม่ค่อยมีผลงานออกสู่สายตาประชาชน 
 
ตลอดระยะเวลาการทำงานในวงการบันเทิงภาวนา ชนะจิตได้ชื่อว่าเป็นนางเอกที่รู้จักเก็บหอมรอบริบ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่มีงานในวงการบันเทิงเธอจึงไม่ลำบากเหมือนเพื่อนนักแสดงบางคนในรุ่นเดียวกัน ภาวนา ชนะจิตเสียชีวิตเช้ามืดของวันนี้ กำหนดการรดน้ำศพวันอังคารที่ 11 กันยายน เวลา 16.00 น. ที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร


กลับขึ้นด้านบน