ภาคประชาชนร้อง "กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" กำลังจะถูกฮุบ

ภาคประชาชนร้อง "กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" กำลังจะถูกฮุบ

ภาคประชาชนร้อง "กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" กำลังจะถูกฮุบ

รูปข่าว : ภาคประชาชนร้อง "กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์" กำลังจะถูกฮุบ

ภาคประชาชนร้อง ฝันสลายของเด็กเยาวชนในวันที่ 26 กันยายนนี้ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่เป็นร่างฯของรัฐบาลจะถูกผลักดันขึ้นเป็นเรื่องด่วนโดยกระทรวงวัฒนธรรมไม่ให้โอกาสร่างฯของภาคประชาชนเข้าประกบ

 ขณะนี้ร่างประชาชนอยู่ในขั้นตอนตรวจรายชื่อตามขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายซึ่งเป็นไปตามสิทธิทีระบุในรัฐธรรมนูญ และใน พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอกฎหมายการเร่งรีบเสนอร่างรัฐบาลครั้งนี้ทั้งๆที่รู้ว่าภาคประชาชนได้ยื่นรายชื่อครบและยื่นต่อสภาแล้วและดำเนินการตามขั้นตอนอยู่  ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเห็นได้ชัดว่าเป็นการปิดโอกาสไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของกองทุนนี้ 

 
"การนำร่างพ.ร.บ.นี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งรีบโดยไม่รอร่างประชาชนสะท้อนว่าสิ่งที่รัฐบาลเน้นย้ำมาตลอดว่าให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นยังไม่เกิดขึ้นจริง ทั้งๆ มีการบัญญัติไว้แล้วในรัฐธรรมนูญแต่ภาครัฐกลับมองข้าม" 
 
นางสาวเข็มพร วิรุณราพันธ์ผู้แทนเครือข่ายในการเสนอร่างกฎหมายภาคประชาชนเน้นว่า การนำร่างพ.ร.บ.ภาคประชาชนมาประกบกับร่างรัฐบาลเพื่อพิจารณาร่วมกันจะทำให้ กฎหมายนี้สมบูรณ์ขึ้น นอกจากนั้นก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาเป็นกรรมาธิการร่วมเพื่อนำมาซึ่งการใช้กองทุนนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ 
 
ตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ มาตรา 52(5) กำหนดให้ กสทช.ต้องจัดสรรเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนาฯมาสนับสนุนกฏหมายกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งต้องมี พ.ร.บ.กองทุนสื่อมารองรับโดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้มีการสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนที่กำลังตกเป็นเหยื่อของการครอบงำโดยสื่อที่เน้นการบริโภคฟุ่มเฟือยหรือการบริโภคที่ไม่มีคุณภาพ นำไปสู่ปัญหาต่างๆมากมาย ทั้งความรุนแรง เรื่องเพศฯลฯ 
 
สถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหาทางสังคมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พื้นที่สื่อถูกจับจองโดยภาคธุรกิจเพื่อบันเทิงและค้ากำไรโดยพื้นที่สื่อที่มีคุณภาพเพื่อเด็กและเยาวชนแทบไม่มีอยู่เลยและขาดการสนับสนุนมายาวนาน เพราะถูกจำกัดทุนสนับสนุน และถูกจำกัดความคิดสร้างสรรค์ 
 
"รวมถึงขณะนี้ไม่มีพื้นที่สื่อสารของสื่อชุมชนของคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่จะร่วมกันพัฒนาเด็กพัฒนาชุมชนเพราะสื่อโดนครอบงำ โดยทุนในระบบสังคมบริโภค หลายประเทศทั่วโลกได้จัดตั้งกองทุนทีีเป็นอิสระให้มีความคล่องตัว ให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงได้ง่าย โดยสนับสนุนโดยรัฐแต่รัฐบาลไทยกลับจะเอากองทุนนี้กลับไปอยู่ภายใต้ระบบราชการกระทรวงเดียวคือกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเรามีบทเรียนมามากแล้วว่ากองทุนที่อยู่ภายใต้ราชการก็จะมีข้อจำกัดมากมายและมีมุมมองที่คับแคบในเรื่องสื่อและเห็นได้จากร่างของกระทรวงที่กำลังจะเข้าพิจารณานี้ มีลักษณะที่จะจับผิดสื่อมากกว่าการสร้างมุมมองและจินตนาการใหม่ๆ ให้ภาคประชาชน.โดยมีให้กรรมการกองทุนมีอำนาจ ออกกำหนดว่าสื่อใดไม่ปลอดภัยไม่สร้างสรรค์ซึ่งเป็นอำนาจที่ซ้ำซ้อนกับกสทช." 
 
"ในหลายๆประเทศหันมาเน้นการสร้างชาติที่มีคุณภาพโดยเริ่มจากเด็กเน้นที่การสร้างสื่อคุณภาพในการพัฒนาเด็กเยาวชนในประเทศเกาหลีเรื่องการพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ถูกจัดให้เป็นวาระแห่งชาติและมีการจัดการกองทุนสื่อแบบก้าวหน้า มีการดึงหลายหน่วยงานมาร่วมกันอย่างจริงจังมีทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ไม่ใช่จัดให้กองทุนนี้มีหน่วยงานไหนมาเป็นเจ้าของจึงไม่น่าแปลกใจที่สื่อจากประเทศเกาหลีกลายเป็นสื่อประสบความสำเร็จอย่างมากมายและได้รับความนิยมในต่างประเทศ" 
 
ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันสื่อพัฒนาภาคประชาชน หากกองทุนสื่อต้องตกไปอยู่ภายใต้หรือการดูแลของหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานนั้นก็ต้องตอบกับสาธารณชนให้ได้ว่าแล้วมันจะมีความแตกต่างจากการบริหารจัดการกับระบบราชการอย่างไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรม การทำงาน ซึ่งกองทุนนี้ต้องทำงานบนความหลากหลายโดยคำนึงถึงการมีสื่อที่รับประกันได้ว่าจะดูแลสังคมและประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนได้เป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นในเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องของมิติอำนาจและเป็นเรื่องของการผูกขาดอำนาจในขณะที่เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกองทุนสื่อนั้นต้องการให้เกิดพลังของสังคมในการร่วมรับรู้ร่วมรับผิดชอบและเป็นพลังของสังคมที่จะสื่อสารกับภาคสื่อและภาครัฐอีกด้วย 


กลับขึ้นด้านบน