หลายประเทศเตรียมหามาตราการลดใช้สารCFC-HCFC"ลดโลกร้อน"

หลายประเทศเตรียมหามาตราการลดใช้สารCFC-HCFC"ลดโลกร้อน"

หลายประเทศเตรียมหามาตราการลดใช้สารCFC-HCFC"ลดโลกร้อน"

รูปข่าว : หลายประเทศเตรียมหามาตราการลดใช้สารCFC-HCFC"ลดโลกร้อน"

หลายประเทศเตรียมหามาตราการลดใช้สารCFC-HCFC ชั้นบรรยากาศโอโซนของโลกที่ถูกทำลายจากสาร CFC ทำให้หลายประเทศร่วมกันงดและเลิกใช้สารชนิดนี้ อย่างประเทศไทยได้มีการลงนามในพิธีสารมอนทรีออล ในปี 2535 เพื่อลดการใช้สารชนิดนี้เช่นกัน หลายประเทศจึงใช้สาร HCFC แทนการใช้สาร CFC แต่ว่าสาร HCFC ที่นำมาใช้ทดแทนกลับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น จึงทำให้หลายประเทศตื่นตัวและเตรียมหามาตรการลดการใช้สารชนิดนี้ โดยได้มาร่วมกันหาทางออกร่วมกันในประเทศไทย

แม้หลายประเทศที่ลงนามในอนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออลกว่า 189 ประเทศทั่วโลก จะเปลี่ยนมาใช้สาร HCFC แทนสาร CFC ที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ซึ่งประเทศไทยนิยมใช้ในเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และอุตสาหกรรมเครื่องเย็นต่างๆ แต่ก็พบว่า สาร HCFC ก็ยังก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน ทำให้เครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านโอโซนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมประชุมหาทางออกกับปัญหานี้

 

ประเทศไทยมีแผนลดการใช้สาร HCFC จาก 927 โอพีดีตัน ในปี 2556 ให้เหลือ 0 ในอีก 17 ปีข้างหน้า แม้จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้สารนี้ในกระบวนการผลิตสินค้า แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมแผนการรองรับและช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วในขณะนี้

ปัจจุบันมี128 ประเทศทั่วโลกจัดทำแผน เพื่อลดและงดการใช้สาร HCFC ในกระบวนการอุตสาหกรรมภายในประเทศ ขณะเดียวกันสหประชาชาติได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ที่ยังใช้สารเคมีที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

ในตัวพิธีสารมอนทรีออลจะมีเรื่องของกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือด้านโทโนโลยี เงินทุน ให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายประเทศ เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาเสนอโครงการและกลยุทธ์ในการช่วยให้อุตสาหกรรมในประเทศนั้นๆเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต และลด และหยุดใช้สารเคมีที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

ปี2556 หลายประเทศทั่วโลกมีแผนที่จะหยุดเพิ่มปริมาณการใช้สาร HCFC ส่วนความพยายามของไทยในการลดการใช้สาร HCFC เจ้าหน้าที่อาวุโส หน่วยงานเลขาธิการกองทุนเพื่อดำเนินงานตามพิธีสารมอนทรีออล เห็นว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายของอุตสาหกรรมไทยในการหาเทคโนโลยีชนิดใหม่เข้ามาทดแทนสาร HCFC และมีความจำเป็นที่ไทยจะต้องทำแผนการงดใช้สารนี้ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมที่จะหาสารชนิดใหม่เข้ามาใช้แทนสาร HCFC แต่มีความจำเป็นที่จะต้องดูผลการวิจัยจากต่างประเทศ ซึ่งสารที่ใช้ทดแทนจะต้องมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด


กลับขึ้นด้านบน