“บุรีรัมย์”แล้งหนัก นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 8,000 ไร่

“บุรีรัมย์”แล้งหนัก นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 8,000 ไร่

“บุรีรัมย์”แล้งหนัก นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 8,000 ไร่

รูปข่าว : “บุรีรัมย์”แล้งหนัก นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 8,000 ไร่

“บุรีรัมย์”แล้งหนัก นาข้าวเสียหายแล้วกว่า 8,000 ไร่ สถานการณ์ภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายพื้นที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะจ.บุรีรัมย์ นาข้าวเสียหายเพราะขาดแคลนน้ำไปแล้วกว่า 8,000 ไร่

นาข้าวของเกษตรกรในตำบลกลันทา อ.เมืองบุรีรัมย์ ยืนต้นตายเสียหายกว่า 8,000 ไร่ หลังประสบปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งถือว่าหนักสุดในรอบ 10 ปี

โดยองค์การบริหารส่วนตำบลกลันทา พยายามนำรถบรรทุกน้ำออกฉีดพ่นน้ำ ในนาข้าวที่กำลังแห้งตาย แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ

ส่วนที่จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ พร้อมผันน้ำจากลำห้วยริน ลงสู่แปลงนาของเกษตรกรเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง หลังจากที่จ.อุดรธานี ประกาศให้ 12 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ นาข้าวเสียหายไปแล้วกว่า 400,000 ไร่

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเร่งทำฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง แต่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ความชื้นไม่เพียงพอต่อการทำปฏิกิริยากับสารเคมี ทำให้หลายพื้นที่ ไม่มีฝนตกตามที่คาดการณ์ไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ จะยังคงขึ้นบินทำฝนหลวงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่จ.พิษณุโลก นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจ.พิษณุโลก เตรียมจัดตั้งศูนย์เพื่อรับผลกระทบจากอากาศหนาวและภัยแล้ง ที่เริ่มสร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชนในหลายพื้นที่

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า 5 อำเภอ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งในขณะนี้ คือ อ.เมืองพิษณุโลก พรหมพิรามบางกระทุ่ม บางระกำ และอ.เนินมะปราง

เช่นเดียวกับจ.พิจิตรและกำแพงเพชร แม้วันนี้จะมีฝนตกลงมา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพืชผลทางการเกษตรและคลายความร้อนได้บ้าง แต่ฝนที่ตกลงมายังไม่เพียงพอสำหรับแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะนาข้าวที่ต้องการปริมาณน้ำจำนวนมาก


กลับขึ้นด้านบน