ภัยแล้งเหนือ-อีสานส่งผล ระดับน้ำในอ่างกักเก็บต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ภัยแล้งเหนือ-อีสานส่งผล ระดับน้ำในอ่างกักเก็บต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ภัยแล้งเหนือ-อีสานส่งผล ระดับน้ำในอ่างกักเก็บต่ำสุดในรอบ 10 ปี

รูปข่าว : ภัยแล้งเหนือ-อีสานส่งผล ระดับน้ำในอ่างกักเก็บต่ำสุดในรอบ 10 ปี

ภัยแล้งเหนือ-อีสานส่งผล ระดับน้ำในอ่างกักเก็บต่ำสุดในรอบ 10 ปี สถานการณ์ภัยแล้งหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงขยายวงกว้าง ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลายแห่งในจังหวัดอุบลราชธานี มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี

ภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำฝนที่ตกน้อย ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำ และเขื่อนขนาดใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี ทั้ง 3 แห่ง มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง นายพงษ์ศักดิ์ คำศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทานโครงการโขง ชี มูลตอนล่าง ระบุว่า ขณะนี้ประกาศให้พื้นที่การเกษตรกรนอกเขตชลประทาน กว่า 10 ล้านไร่ งดปลูกข้าวนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้ง เพื่อป้องกันปัญหาวิกฤตขาดแคลนน้ำ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำมูล ขณะนี้ลดต่ำกว่าตลิ่ง 4 เมตร จากความสูง 7 เมตร


 

ขณะที่สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่งผลให้เกิดโรคระบาดในมันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด โดยเฉพาะใน อ.สูงเนิน ด่านขุนทด คอนบุรี และอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เพลี้ยแป้งระบาดในไร่มันสำปะหลังเสียหายกว่า 50,000 ไร่ ซึ่งเกษตรจังหวัดนครราชสีมา เร่งนำแตนเบียนไปปล่อยเพื่อเป็นการตัดวงจรการระบาดแล้ว

ส่วนในภาคเหนือ เขื่อนหลายแห่งเพิ่มการปล่อยน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายปรับระดับสูงขึ้น ซึ่งนายภัทวี ดวงจิตร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่า มีการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด หลังเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนมกราคม 2556 ตามแผนการบริหารจัดการน้ำ จึงขอให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด


กลับขึ้นด้านบน