วัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ เสียชีวิต 28 คน

วัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ เสียชีวิต 28 คน

วัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ เสียชีวิต 28 คน

รูปข่าว : วัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ เสียชีวิต 28 คน

วัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมสหรัฐฯ เสียชีวิต 28 คน เกิดเหตุสลดใจจากอาวุธปืนในสหรัฐฯอีกครั้ง เมื่อวัยรุ่นชายก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนประถมในรัฐคอนเนคติกัต ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 28 คน รวมทั้งมือปืน ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 20 คน นับเป็นเหตุยิงกันในโรงเรียนครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ สร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนทั้งชาติ

เหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อเวลา 9.30 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่นที่โรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุค ในเมืองนิวตัน รัฐคอนเนคติกัต เมื่อวัยรุ่นชายใช้อาวุธปืนกราดยิงคนในห้องรวม 2 ห้อง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็กอายุ 5 - 10 ปี ถึง 20 คน และผู้ใหญ่อีก 8 คน ซึ่งรวมถึงผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุยิงกันในโรงเรียนครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุยิงกันที่มหาวิทยาเวอร์จิเนียเทคในรัฐเวอร์จิเนียเมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 คน สื่อท้องถิ่นรายงานว่าวัยรุ่นที่ก่อเหตุอายุประมาณ 20 เป็นลูกของครูที่สอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความสับสน เนื่องจากรายงานที่ออกมาช่วงแรกระบุว่า มือปืนคือนายไรอัน แรนซ่า อายุ 24 ปี แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ระบุว่า มือปืนรายนี้คือนายอดัม ซึ่งเป็นน้องชายของนายไรอัน ได้สวมใส่ชุดสีดำ และสวมเสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก บุกเข้าไปกราดยิงสังหารแม่ของตัวเอง และนักเรียนในชั้น ขณะที่ตำรวจ เปิดเผยว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีมือปืนรวมอยู่ด้วย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามือปืนยิงตัวตาย หรือถูกตำรวจยิง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนขวัญให้กับชาวอเมริกันทั้งชาติ โดยประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้นำสหรัฐฯถึงกับหลั่งน้ำตาขณะกล่าวกับประชาชนทางโทรทัศน์เพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความปวดร้าวใจอย่างมากให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ลดธงลงครึ่งเสาเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต

สำหรับเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้จะก่อให้เกิดข้อถกเถียงครั้งใหม่ในเรื่องกฎหมายอาวุธปืนของสหรัฐฯที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด แม้จะเกิดเหตุสลดใจจากอาวุธปืนขึ้นอย่างต่อเนื่อง


กลับขึ้นด้านบน