นักวิชาการเรียกร้อง "รัฐบาล" ดึงปชช.มีส่วนร่วมเจรจา FTA ไทย-ยุโรป

นักวิชาการเรียกร้อง "รัฐบาล" ดึงปชช.มีส่วนร่วมเจรจา FTA ไทย-ยุโรป

นักวิชาการเรียกร้อง "รัฐบาล" ดึงปชช.มีส่วนร่วมเจรจา FTA ไทย-ยุโรป

รูปข่าว : นักวิชาการเรียกร้อง "รัฐบาล" ดึงปชช.มีส่วนร่วมเจรจา FTA ไทย-ยุโรป

นักวิชาการเรียกร้อง นักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำกรอบการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป เพื่อไม่ให้ข้อตกลงกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน พร้อมเสนอว่าไม่ควรเปิดเสรีการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพราะอาจเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ตามมาภายหลัง

เวทีเสวนาชีวิตไม่ใช่สินค้าจับตาการค้าเสรี ในหัวข้อ " การเจรจาเอฟทีเอ นโยบายสาธารณะที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม" นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน หรือ FTA Watch เห็นว่า การเจรจาเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป เป็นเรื่องการกระจายผลประโยนชน์ของกลุ่มนักลงทุน มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง

โดยที่ผ่านมา การนำเสนอเกี่ยวกับประเด็นนี้ยังอยู่ในมุมแคบและไม่เคยเปิดรับความคิดเห็น หรือเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจตามมาตรา 190 ทั้งที่เป็น 1 ในนโยบายสาธารณะ ที่ประชาชนต้องรับรู้และมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลนำความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน ไปประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจจัดทำกรอบเจรจา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและการทำมาหากินของประชาชน

ด้านนายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ปัญหาการทำเอฟทีเอไทย-สหภาพยุโรป ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปิดเสรีทางการค้า แต่เป็นเรื่องของการกระจายทรัพยากรของสังคมภายในประเทศด้วย ที่เกี่ยวข้องกับปากท้องและการดำรงชีวิตของประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ภาครัฐยังไม่มีระบบสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งสร้างความพร้อมของกฏหมายภายในประเทศ และมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่การสร้างพื้นที่ประชาธิปไตยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแทบจะไม่เกิดขึ้น พร้อมเสนอว่าควรจะมีกระบวนการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาร่วมเจรจาและตัดสินใจ ตลอดจนไม่ควรเปิดเสรีการลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การทำนา ทำสวน ทำไร่ การปลูกป่า เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการขยายพันธ์พืช เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ที่อาจจะตามมาภายหลัง


กลับขึ้นด้านบน