ศาลปกครองสูงสุด นัดแรกคดี ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์

ศาลปกครองสูงสุด นัดแรกคดี ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์

ศาลปกครองสูงสุด นัดแรกคดี ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์

รูปข่าว : ศาลปกครองสูงสุด นัดแรกคดี ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์

ศาลปกครองสูงสุด นัดแรกคดี ออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 มีนาคม เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุด นัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ อ.๔๓๕/๒๕๕๑ ระหว่าง นายกิตติภพ สุทธิสว่าง กับพวกรวม 17 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี กับพวกรวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 สำหรับ คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดฟ้องว่า ผู้ฟ้อคดีทั้งสิบเอ็ดเป็นราษฎรที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ตำบลบ้านนา ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม ฯลฯ จังหวัดสงขลา ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกใบอนุญาตเลขที่ ๐๙/๒๕๔๖ ลงวันที่ 13 มี.ค. 2546  อนุญาตให้บริษัท ทรานส์ไทย - มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ประเภทวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างไทยกับมาเลเซีย

ผู้ฟ้องคดีทั้ง 11 คนเห็นว่า การออกใบอนุญาตดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดและชุมชนของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมตามกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งและส่งผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีโดยตรง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2546 ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1  เพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่1   กลับเพิกเฉยไม่ได้มีคำสั่งแต่อย่างใด จึงฟ้องศาลปกครองขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว

 
โดยศาลปกครองสงขลา ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2551 โดยศาลวินิจฉัยว่าบริษัท ทรานส์ไทย - มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นคำขออนุญาตวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย - มาเลเซีย บริเวณอ่าวไทยมายังจุดขึ้นฝั่งบริเวณบ้านขังงู ตำบลตลิ่งชัน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยได้ยื่นเอกสารผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย - มาเลเซีย ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปด้วย และเมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 พิจารณาคำขออนุญาตดังกล่าวแล้วเห็นว่า เอกสารประกอบการขออนุญาตถูกต้องครบถ้วน และรูปแบบการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติเป็นไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงไม่กีดขวางการสัญจรทางน้ำ ไม่เปลี่ยนแปลงการไหลของกระแสน้ำ และอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถอนุญาตได้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงออกใบอนุญาตเลขที่ 09/2546 ลว. 13 มี.ค. 2546 ให้แก่บริษัททรานส์ไทย - มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด 
 
การออกใบอนุญาตดังกล่าว จึงเป็นไปตามที่กำหนดในมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2546 และมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕ และมิได้ออกใบอนุญาตโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ตามที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดอ้างแต่อย่างใด การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกใบอนุญาต  ให้บริษัท ทรานส์ไทย - มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ประเภทวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย - มาเลเซีย จึงเป็นการกระทำชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
 
 ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบเอ็ดได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลปกครองสงขลา สรุปความได้ว่า บริษัท ทรานส์ไทย - มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำประเภทวางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายประการ การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องคดีนี้ผู้ฟ้องคดีจึงไม่เห็นพ้องด้วย
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน