เปิดกลยุทธ์การตลาด "โอทอปญี่ปุ่น" สร้างความต่างรับมือเศรษฐกิจซบเซา

เปิดกลยุทธ์การตลาด "โอทอปญี่ปุ่น" สร้างความต่างรับมือเศรษฐกิจซบเซา

เปิดกลยุทธ์การตลาด "โอทอปญี่ปุ่น" สร้างความต่างรับมือเศรษฐกิจซบเซา

รูปข่าว : เปิดกลยุทธ์การตลาด "โอทอปญี่ปุ่น" สร้างความต่างรับมือเศรษฐกิจซบเซา

เปิดกลยุทธ์การตลาด ปัญหาค่าเงินบาทแข็งที่สุดในรอบ 16 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวงการคลัง ศึกษาการตั้งกองทุนรวม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้ประกอบการโอท็อปของญี่ปุ่น ใช้กลยุทธ์การตลาด เพื่อรักษายอดขายได้สำเร็จ

ปลาหมึกย่างเส้นอาจเป็นอาหารของฝากที่มีกรรมวิธีการผลิตไม่ยุ่งยาก แต่ผู้ค้าในหมู่บ้านโอว็อฟ แห่งเมือง โออิตะ ประเทศญี่ปุ่นยอมลงทุนซื้อเครื่องอบ และเครื่องหั่นเส้น เพื่อควบคุมต้นทุน และรักษามาตรฐานรสชาติ

ขณะที่พ่อค้าเชิญชวนนักท่องเที่ยว เข้ามาลิ้มรสขนมของฝากจากร้าน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าของฝากกลับไปไม่ยากนัก แม้รัฐบาลชุดใหม่จะประกาศกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา ทำให้คนญี่ปุ่นระมัดระวังการจับจ่าย

   

เจ้าของร้านบอกว่า เขาเลือกที่จะสร้างความแตกต่าง ด้วยการจำหน่ายสินค้า ตามความชอบ และรสนิยมของเค้า จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน หมั่นคอยสังเกตพฤติกรรม จดบันทึก ทำสถิติลักษณะการจับจ่ายของลูกค้าในแต่ละวัย เพื่อหมุนเวียนสินค้าในชั้นวาง ให้สอดรับกับพฤติกรรมและฤดูกาลที่เปลี่ยนไป

ทั้งที่เป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็ก แต่ผู้ค้าส่วนใหญ่ ก็ให้ความสำคัญ คือ การลงทุนศึกษาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ หรือ แพจเกจจิ้ง ให้เหมาะสมกับการเก็บรักษาสินค้า สวยงาม และน่าซื้อกลับไปเป็นของฝาก

กลยุทธ์เบื้องต้นเหล่านี้ทำให้ หมู่บ้านโอท็อปญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จ หลังดำเนินการมานานกว่า 30 ปี สร้างรายได้ท้องถิ่น ไม่ต่ำกว่าปีละ 46,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย อาจประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเอง

   

หลังศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทุกๆ ร้อยละ 1 จะกระทบ ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี และการส่งออก โดยกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะถูกซ้ำเติมจากต้นทุนค่าจ้าง กระทั่ง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เตรียมเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หวังเป็นอีกแรงกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการบรรทาปัญหาลงได้บ้าง

ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี สั่งให้ศึกษาการตั้งกองทุนร่วมทุน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็ง โดยฟื้นกองทุนที่มีจำนวนมาก มาปรับโฉมใหม่ และอาจกำหนดสัดส่วนความเหมาะสมลงทุนระหว่างรัฐ กับเอกชน เพื่อให้การทำงานและให้ความช่วยเหลือเกิดประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะชัดเจน ภายในเดือนนี้


กลับขึ้นด้านบน