สาธารณสุขยืนยันเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ให้เวลาผู้ผลิตปรับขนาดถึงสิ้นปีนี้

สาธารณสุขยืนยันเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ให้เวลาผู้ผลิตปรับขนาดถึงสิ้นปีนี้

สาธารณสุขยืนยันเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ให้เวลาผู้ผลิตปรับขนาดถึงสิ้นปีนี้

รูปข่าว : สาธารณสุขยืนยันเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ให้เวลาผู้ผลิตปรับขนาดถึงสิ้นปีนี้

สาธารณสุขยืนยันเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ให้เวลาผู้ผลิตปรับขนาดถึงสิ้นปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่เป็นร้อยละ 85 ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมปีนี้ คาดสามารถลดนักสูบหน้าใหม่และผู้สูบบุหรี่ลงได้ พร้อมขยายเวลาให้บริษัทปรับขนาดภาพตามการบังคับใช้ถึงสิ้นปี 2556 โดยเชื่อว่าคำฟ้องของบริษัทบุหรี่ที่ยื่นต่อศาลปกครองนั้นฟังไม่ขึ้น

ตามที่บริษัทบุหรี่ยื่นฟ้องศาลปกครองให้ระงับคำสั่งกรณีที่กระทรวงสาธารณสุข ออกกฎกระทรวงมาตรการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จากร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 85 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้อำนวยการเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่พึงกระทำและเป็นมาตรการตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ที่ประเทศสมาชิกต้องดำเนินการควบคุมการบริโภคยาสูบ

ซึ่งวิธีการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนบนซองยาสูบเป็นวิธีการที่ได้ผลอย่างดี ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่า สามารถลดอัตราการสูบของนักสูบหน้าใหม่และทำให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่มากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนจึงมีความจำเป็นเพราะของเก่าใช้มาตั้่งแต่ปี 2553

ทั้งนี้บริษัทบุหรี่ เคยฟ้องรัฐบาลออสเตรเลียในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว แต่ศาลออสเตรเลีย ตัดสินให้บริษัทบุหรี่แพ้คดี จึงเชื่อมั่นว่าการดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุข เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

นายจิรวัฒน์ อยู่สะบาย คณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีการฟ้องร้องโดยธุรกิจยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า กฎกระทรวงเรื่องนี้ จะมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้ โดยบริษัทบุหรี่อ้างว่า ไม่สามารถปรับขนาดภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ใหม่ได้ทันตามกำหนด กระทรวงสาธารณสุข จึงผ่อนผันให้มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2556 จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการให้ผู้ประกอบการได้เตรียมตัวแล้ว

ดังนั้นประเด็นที่บริษัทบุหรี่ฟ้องศาลปกครองในครั้งนี้จึงฟังไม่ขึ้น จากนี้จะรอศาลปกครองพิจารณาต่อไป

สำหรับข้อมูลความสูญเสียจากการใช้เงินไปกับการรักษาโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ของไทย พบว่ามีมากถึงปีละ 52,200 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.5 ของจีดีพี และขณะนี้คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคจากการสูบบุหรี่ปีละกว่า 50,000 คน ดังนั้นจึงควรมีมาตรการเพื่อลดอัตราการบริโภคบุหรี่และผลกระทบต่อสุขภาพให้ได้มากที่สุด 


กลับขึ้นด้านบน