หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ฟ้องคดีทำลายสิ่งแวดล้อม ในอ่าวมาหยา

หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ฟ้องคดีทำลายสิ่งแวดล้อม ในอ่าวมาหยา

หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ฟ้องคดีทำลายสิ่งแวดล้อม ในอ่าวมาหยา

รูปข่าว : หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ฟ้องคดีทำลายสิ่งแวดล้อม ในอ่าวมาหยา

หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์ฟ้องคดีทำลายสิ่งแวดล้อม ในอ่าวมาหยา การยื่นฟ้องผู้อนุญาตให้บริษัทสร้างหนังเดอะบีช ทำลายสิ่งแวดล้อม บนอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ เมื่อ 10 ปีก่อน ได้กลายเป็นคดีตัวอย่างที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังศาลชั้นต้นพิจารณาให้เฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง มีสิทธิ์ยื่นฟ้อง

นักกฏหมายสภาทนายความ กับนิติกร องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ พูดคุยใน หัวข้อ “คำพิพากษาคดีอ่าวมาหยา จะพิพากษาสิทธิชุมชน” จากกรณีชาวบ้าน 17 คน ถูกตัดสิทธิ์การฟ้องร้อง คดีการถ่ายทำหนังเรื่องเดอะบีช ทำลายสิ่งแวดล้อม บนอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่

โดยศาลให้สิทธิ์เฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง เป็นโจทย์ยื่นฟ้องผู้ให้อนุญาต คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ในสมัยนั้น และบริษัทผู้สร้างหนัง เป็นเงิน 100 ล้านบาท เพื่อใช้ฟื้นฟูอ่าวมาหยา ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ศาลเห็นว่า ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

นับเป็นคดีสิ่งแวดล้อมที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังศาลชั้นต้น รับคำฟ้องเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2555 จากความพยายามยื่นฟ้องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็กลายเป็นประเด็นสิทธิชุมชน ที่วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เรื่องสิทธิของชาวบ้านในการปกป้องทรัพยากรของตัวเอง เพราะหากพื้นที่ใด นักการเมืองท้องถิ่นรู้เห็น ก็จะไม่สามารถปกป้องสิ่งแวดล้อมได้

คดีนี้ศาลใช้วิธีลงพื้นที่เดินเผชิญสืบ หรือ หาหลักฐานด้วยตัวเอง ในเดือนหน้า ซึ่งนักกฏหมาย สภาทนายความ บอกว่า จะเป็นคดีตัวอย่าง เพราะไม่บ่อยครั้งที่ศาลใช้วิธีหาหลักฐานด้วยตัวเอง แต่เวลาที่ล่วงเลยมานานถึง 14 ปี อาจไม่เห็นความเสียหายมากนัก

อ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ได้ชื่อว่ามีธรรมชาติที่สวยงาม จากหน้าผาที่โอบล้อม ในอดีตมีตะกอนทรายทับถมรวมกันกลายเป็นหาด แต่ภายหลังการถ่ายทำหนังเรื่องเดอะบีช ที่ใช้แพขนานยนต์ไปเทียบ เพื่อขนย้านเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ขึ้นฝั่ง เมื่อปี 2542 พบว่าสันทราย เกิดรอยเว้า ถูกน้ำทะเลกัดเซาะ นอกจากนี้ การปรับพื้นที่ปลูกต้นมะพร้าว และสร้างที่พักชั่วคราว ยังทำลายพืชประจำถิ่น ทำลายความสวยงามมาจนถึงปัจจุบัน


กลับขึ้นด้านบน