ย้อนมอง 2 ทศวรรษ วงการหนังนักเรียน

ย้อนมอง 2 ทศวรรษ วงการหนังนักเรียน

ย้อนมอง 2 ทศวรรษ วงการหนังนักเรียน

รูปข่าว : ย้อนมอง 2 ทศวรรษ วงการหนังนักเรียน

ย้อนมอง 2 ทศวรรษ วงการหนังนักเรียน ช่วงนี้ของทุกปีวงการหนังนักเรียนและวงการหนังสั้น ค่อนข้างจะคึกคักเพราะมีเวทีการประกวดจัดขึ้นพร้อมกันหลายเวที และเป็นอีกช่องทางแจ้งเกิดให้ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่ ก่อนเข้าสู่เส้นทางอาชีพ

ชีวิตที่ล่องลอยไม่รู้อนาคตของนักเรียนชั้น ม.6 ระหว่างรอสอบแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัย เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจส่งผลกับชีวิตในวันข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของหลากหลายตัวละครในมุมมองสนุกสนานเป็น  ปัจฉิมนิเทศ หนังสั้นผลงานของ อนวรรษ พรมแจ้ ถ่ายทำขณะเรียนอยู่ในระดับชั้น ม.6 โรงเรียนจักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน ซึ่งคว้ารางวัล Big Kids จากเทศกาลหนังนักเรียนนักศึกษานานาชาติกรุงเทพปีล่าสุด หนึ่งในเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือส่งผลงานเข้าประกวด และเปิดโอกาสให้นักทำหนังรุ่นใหม่ได้เปรียบเทียบผลงานกับหนังนักเรียนจากทั่วโลก

ความนิยมของคนรุ่นใหม่ในการทำหนังสั้น เห็นได้จากตัวเลขของภาพยนตร์ที่ถูกส่งเข้าประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์สั้น ของมูลนิธิหนังไทย ที่จัดครั้งแรกเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน จนปัจจุบันสูงถึง 450 เรื่อง และต้องใช้เวลาถึง 1 เดือนเพื่อให้ฉายได้ครบทุกเรื่อง ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของผู้ชนะบนเวทีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลสุพรรณหงส์ปีล่าสุด หรือ ทรงยศ สุขมากอนันท์ ที่กลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์มืออาชีพและมีผลงานทำเงินมากมาย  แม้ผลงานนักทำหนังรุ่นใหม่มีพัฒนาการกว่าในอดีต แต่สภาพตกต่ำของหนังไทยยุคปัจจุบัน ทำให้เวทีเหล่านี้อาจไม่ใช่ที่แจ้งเกิดผู้กำกับหน้าใหม่อีกต่อไป

แม้บันไดสู่การเป็นนักทำหนังมืออาชีพจากเวทีประกวดหนังสั้นเริ่มลดบทบาทลง หากการเปิดกว้างในตลาดหนังทางเลือกอาจเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมผลงานของนักทำหนังรุ่นใหม่ เห็นได้จากความสำเร็จจากเวทีรางวัลทั้งในและต่างประเทศ ของ 36 ผลงานของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ภาพยนตร์นอกกระแสที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็น ซินเดอเรลล่าของวงการภาพยนตร์ รวมถึง Wish Us luck หนังสารคดีนอกกระแสของสองพี่น้อง แวววรรณ และ วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ ที่ทำรายได้น่าพอใจจนต้องจัดฉายซ้ำ และกำลังมีกลุ่มคนทำหนังรุ่นใหม่หันมาทำตามไม่น้อย  การจะถึงฝั่งฝันของนักทำหนังหน้าใหม่ยุคนี้ดูจะยากลำบากกว่าในอดีต หากยังพอมีช่องทาง ที่แม้สุดท้ายแล้วอาจจะหมายถึงการออกแรงสร้างผลงานและผลักดันให้ถึงโรงภาพยนตร์ด้วยตัวเอง

 


กลับขึ้นด้านบน