กระทรวงอุตฯ เล็งผลักดันอุตสาหกรรมยางพารา

กระทรวงอุตฯ เล็งผลักดันอุตสาหกรรมยางพารา

กระทรวงอุตฯ เล็งผลักดันอุตสาหกรรมยางพารา

รูปข่าว : กระทรวงอุตฯ เล็งผลักดันอุตสาหกรรมยางพารา

กระทรวงอุตฯ เล็งผลักดันอุตสาหกรรมยางพารา ผลผลิตยางพาราต่อปี ในประเทศมีมากกว่า 3.5 ล้านตัน ถือได้ว่ามากที่สุดในโลก แต่ในทางกลับกัน ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์จากยางพารา ในสัดส่วนที่น้อยมาก กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมีแนวทาง จะผลักดันให้อุตสาหกรรมใช้วัตถุดิบจากยางพาราผลิตสินค้าให้มากขึ้น

กระทรวงอุตสาหกรรม อ้างถึงแผนแก้ไขราคายางตกต่ำในอนาคตว่า จะผลักดัน ให้ภาคอุตสาหกรรมใช้วัตถุดิบจากยางพารา เพิ่มจากเดิม 500,000 ตัน เป็น 1 ล้านตัน ภายใน 2 ปีข้างหน้า ให้สอดคล้องปริมาณยางพาราที่ไทย ยังคงครองอันดับ 1 ของผู้ผลิตยางพารามากที่สุดในโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับทิศทางราคาที่ตกต่ำลง

ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุถึงปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมใช้ยางผลิตสินค้าเพียง 500,000 ตัน ทั้งที่สามารถใช้เต็มที่ได้ 710,000 ตันต่อปี ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเปิดเผยแนวคิดจะผลักดันการลงทุนโรงงานใหม่ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงโครงการลงทุนอื่นจะใช้ยางอีกกว่า 70,000 ตัน และการใช้ยางจากโครงการรถยนต์อีโคคาร์ระยะที่ 1 และ 2 มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของยางในอุตสาหกรรม ถูกใช้ในโรงงานผลิตยางล้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของยี่ห้อต่างประเทศที่คนไทยคุ้นเคยดี แต่ยางพารายี่ห้อของไทย ชื่อไม่คุ้นหู และโรงงานมีขนาดกลางถึงขนาดเล็ก มีส่วนแบ่งการตลาดเฉพาะอะไหล่ทดแทนเท่านั้น และไม่ถูกเลือกจากค่ายรถยนต์ ทั้งที่ปีนี้ไทยผลิตรถยนต์ได้ 2.5 ล้านคัน และรถจักรยานยนต์กว่า 3 ล้านคัน

ผู้ประกอบการการอุตสาหกรรมยางรายหนึ่ง บอกว่า เทคโนโลยีผลิตยางรถยนต์ต้องใช้มาตรฐานสูง และต้องทำประกันความเสี่ยงจึงทำให้สินค้ามีราคาแพง หากผลิตแล้วขายเฉพาะในประเทศ ไม่คุ้มกับการลงทุน ขณะที่การวิจัยและพัฒนาสินค้าของบริษัทระดับโลกอยู่ที่ปีละแสนล้านบาท ขณะที่โรงงานของไทย ส่วนใหญ่ใช้วิธีซื้อเครื่องจักร และสั่งสมประสบการณ์ แต่ขาดการแนะนำจากหน่วยงานรัฐ

นักธุรกิจในวงการอุตสาหกรรมยางรถยนต์เสนอแนะว่า หากรัฐบาลจะส่งเสริม ก็อาจหาทางลัดด้วยการซื้อเทคโนโลยีจากอิตาลี หรือ เยอรมัน ที่ใช้ทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท แล้วศึกษาถอดแบบเพื่อแจกจ่ายเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการไทย แม้จะไม่ใช่เทคโนโลยีสูงสุด แต่เป็นมาตรฐานที่ดีพอสำหรับยางล้อรถยนต์นั่ง ขณะเดียวกันต้องกำหนดเงื่อนไขว่าให้ใช้ยางธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศ

ผลผลิตยางพาราต่อปี ที่ไทยยังคงครองอันดับ 1 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่กลับสวนทางกับผลิตภัณฑ์หลักในประเทศไทย จึงเป็นแนวทางที่สะท้อนมุมมองจากนักธุรกิจในสายการผลิตที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราว่า ไทยยังขาดความรู้ด้านการพัฒนา ขาดการส่งเสริมความรู้เพิ่อแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อให้มีคุณภาพ และใช้วัตถุดิบจากยางพาราในประเทศ


กลับขึ้นด้านบน