เปิดแฟ้ม "นักการเมือง" หลบหนีก่อนวันตัดสินคดี

เปิดแฟ้ม "นักการเมือง" หลบหนีก่อนวันตัดสินคดี

เปิดแฟ้ม "นักการเมือง" หลบหนีก่อนวันตัดสินคดี

รูปข่าว : เปิดแฟ้ม "นักการเมือง" หลบหนีก่อนวันตัดสินคดี

เปิดแฟ้ม อาจจะเป็นเรื่องบัญเอิญ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองทั้งระดับชาติหรือนักการเมืองท้องถิ่น ที่ไม่มาฟังคำพิพากษา ในวันที่ถูกตัดสินจำคุก โดยเฉพาะหากเป็นคำพิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ถือเป็นศาลเดียวจบสำหรับนักการเมือง ล่าสุดที่เกิดกรณีของนายประชา มาลีนนท์ ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี ก็ไม่มาฟังคำพิพากษา แต่ถ้าย้อนกลับไปเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นลักษณะนี้อาจจะทำให้เห็นความผิดปกติบางอย่างในกระบวนการยุติธรรม


                 
คดีของนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในคดีทุจริตยาและเวชภัณฑ์ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินวันที่ 28 ตุลาคม 2546 ให้จำคุกนายรักเกียรติ 15 ปี แต่ในวันอ่านคำพิพากษานายรักเกียรติไม่มาฟัง และหลบหนีอยู่ประมาณ 1 ปี จึงถูกจับได้ ขณะออกกำลังกายย่านปากเกร็ด โดยเขาบอกว่า อยู่ประเทศไทยตลอด ปัจจุบันได้รับการพักโทษ และอุปสมบทอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานี

                
คดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว และคดีจ้างวานฆ่า กำนันยูร ของนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ รวม 2 คดีถูกตัดสินจำคุก 28 ปี ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ปี 2549 แต่ก็หลบหนีไปก่อน มีหลายกระแสว่าอาจจะหลบอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หรืออาจจะอยู่ในจังหวัดชลบุรีในเขตอิทธิพลของตนเอง เป็นข่าวใหญ่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา (56) เมื่อถูกจับได้ขณะเข้ามาพบแพทย์ในกรุงเทพฯ
                
คดีของนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มี 2 คดี คือทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และซื้อที่ดินคลองด่าน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตัดสินจำคุก 10 ปี ในวันที่ 18 สิงหาคม 2551 แต่นายวัฒนาไม่มาฟังคำพิพากษา ทั้งที่ปรากกฏตัวครั้งสุดท้ายในงานแต่งงานของลูกสาว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ไม่ถึง 2 เดือนก่อนหน้านั้น และเป็นที่ฮือฮาเมื่อมีภาพถ่ายร่วมกับนายชนสวัสดิ์ อัศวเหม และเจนี่ อัศวเหม เชื่อกันว่าเป็นภาพที่มาเก๊า
                
คดีของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เฉพาะที่ถึงที่สุดแล้ว เรื่องที่ดินรัชดา ที่ศาลฎีกานักการเมือง พิพากษาวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ให้จำคุก 2 ปี ก่อนหน้านั้นอดีตนายกทักษิณกลับมาประเทศไทยแล้ว แต่เมื่อไปเยือนกรุงปักกิ่ง ช่วงที่มีโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008 ก็ไม่กลับมาอีกเลย ศาลจึงต้องอ่านคำพิพากษาลับหลัง เช่นเดียวกับคดีอื่น ๆ
                
และเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ที่ไม่มาฟังคำพิพากษาก็คือ นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี คดีจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร คงจะเป็นคำถามใหญ่ถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมว่า นี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ หรือมีความบกพร่องในจุดใดที่ต้องแก้ไข


กลับขึ้นด้านบน