"กิตติรัตน์" ชี้ "ไอเอ็มเอฟ" ศึกษาข้อมูลไทยไม่รอบด้าน

"กิตติรัตน์" ชี้ "ไอเอ็มเอฟ" ศึกษาข้อมูลไทยไม่รอบด้าน

"กิตติรัตน์" ชี้ "ไอเอ็มเอฟ" ศึกษาข้อมูลไทยไม่รอบด้าน

รูปข่าว : "กิตติรัตน์" ชี้ "ไอเอ็มเอฟ" ศึกษาข้อมูลไทยไม่รอบด้าน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุในรายงานทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจประจำปีของไทยว่า ถ้ายังไม่ปรับเปลี่ยนโครงการรับจำนำข้าว จะขาดทุนต่อเนื่อง ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจง ไอเอ็มเอฟยังศึกษาข้อมูลในประเทศไทยไม่รอบด้าน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟยังไม่เข้าใจในหลายกรณี เช่น การเสนอให้ไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อรองรับอัตราเงินเฟ้อที่จะเพิ่มขึ้น โดยมองว่า ไอเอ็มเอฟ ควรจะศึกษาข้อมูลต่างๆ ของประเทศไทยให้รอบด้าน ก่อนที่จะมีการนำเสนอหรือแนะนำ เพราะปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทย ยังอยู่ในระดับต่ำ หากมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว
 
ส่วนข้อเสนอให้เลิกโครงการรับจำนำข้าวแต่ให้ชดเชยราคาสินค้าให้แก่เกษตรกรแทน นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการรับฟังข้อสังเกตต่างๆ ส่วนข้อแนะนำ จะเหมาะกับประเทศไทยหรือไม่ เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะพิจารณา
 
ไม่ต่างจากนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มองว่า การใช้นโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น เพื่อเป็นการดูแลภาคเกษตรกร เพราะถือเป็นเศรษฐกิจพื้นฐาน โดยช่วยให้เกษตรกร มีรายได้ที่ดีขึ้น ลดหนี้สินภาคครัวเรือน และจะได้มีกำลังซื้อที่มากขึ้น
 
ส่วนสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ มองว่า ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ราคาสินค้าเกษตรและราคาสินค้าอุตสาหกรรม ลดลงพร้อม ๆ กัน จึงเหลือเพียงปัจจัยเดียวที่เศรษฐกิจไทย ยังมีความหวังคือเรื่องการท่องเที่ยว
 
ขณะที่นายสมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสคลังสมองของชาติ เห็นด้วยกับรายงานไอเอ็มเอฟ ที่เสนอให้ล้มเลิกโครงการรับจำนำข้าว เพื่อลดภาระทางการคลัง ซึ่งจากการติดตามโครงการฯ รัฐบาลใช้เงินไปแล้วกว่า 680,000 ล้านบาท ใน 4 ฤดูกาลเพาะปลูก แต่ขายข้าวได้ 140,000 ล้านบาท และกล่าวว่าโครงการรับจำนำข้าว กระตุ้นให้ฐานหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรสูงขึ้น เนื่องจากเกษตรกรมีการใช้จ่ายมากขึ้นตามรายได้ และไม่มีการเก็บออมมากนัก
 
พร้อมกล่าวถึงแนวโน้มราคาข้าวในอนาคต ยังอยู่ในขาลง เพราะประเทศเกิดใหม่ เช่น พม่า และ กัมพูชา ปลูกข้าวเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการของโลกยังเท่าเดิม ซึ่งจะทำให้ข้าวในโครงการรับจำนำขายไม่ได้
 
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเอพี เสนอข่าวอ้างอิงรายงานประจำปีของ IMF ที่ระบุว่าราคาข้าวสูงกว่าราคาตลาด 40 % จึงเลี่ยงไม่ได้ที่รัฐบาลไทยจะต้องเผชิญการขาดทุน แม้เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลใช้งบประมาณกว่า 400,000 ล้านบาทในใครงการรับจำนำข้าว แต่ตัวเลขการขาดทุนไม่ชัดเจน
 
ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า รัฐบาลควรยกเลิกโครงการฯ เพราะบั่นทอนความเชื่อมั่นด้านการเงินของไทย และแนะให้เปลี่ยนเป็นโครงการที่ช่วยเหลือกลุ่มรายได้น้อยโดยตรง ซึ่งรวมถึงชาวนา นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับปรุงการทำงานในความรับผิดชอบด้านตรวจตราธนาคารรัฐและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งกำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น


กลับขึ้นด้านบน