ความสำเร็จของบริษัทไทยในกองถ่ายต่างประเทศ

ความสำเร็จของบริษัทไทยในกองถ่ายต่างประเทศ

ความสำเร็จของบริษัทไทยในกองถ่ายต่างประเทศ

รูปข่าว : ความสำเร็จของบริษัทไทยในกองถ่ายต่างประเทศ

ความสำเร็จของบริษัทไทยในกองถ่ายต่างประเทศ ระยะหลังนี้มีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติจำนวนไม่น้อยเลือกมาถ่ายทำในไทย เพราะนอกจากภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว ไทยยังมีบริษัท Production House ที่ชำนาญการดูแลกองถ่ายต่างประเทศโดยเฉพาะ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านั้นประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ

เพราะเกิดเป็นแฝด จึงทำให้ ‘อาโล’ ถูกตราหน้าว่านำพาหายนะ จนครอบครัวถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน แต่เด็กชายวัย 10 ขวบก็ไม่ย่อท้อ และพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยการลงแข่งทำบั้งไฟ หวังคว้าชัยช่วยเหลือครอบครัว คือเรื่องราวประทับใจจากภาพยนตร์ดราม่าสัญชาติออสเตรเลียเรื่อง ‘The Rocket: บุญติดจรวด’ ที่นำมาฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพปีนี้ สะท้อนปัญหาการเมืองในลาว ทั้งการสร้างเขื่อน และวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากสงคราม จนสามารถคว้า 15 รางวัล จาก 6 ประเทศ รวมถึงเป็นตัวแทนประเทศออสเตรเลียในการประกวดชิงออสการ์ปี 2014 ส่วนหนึ่งของความสำเร็จมาจากนักแสดงและทีมงานไทยกว่า 90 % ที่มาร่วมงานครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการทำงานกับชาวต่างชาติที่มาถ่ายทำในไทย
 
ด้านคิม มอร์ดันท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ The Rocket ระบุว่า "เราคงไม่สามารถถ่ายทำหนังเรื่องนี้ได้สำเร็จ ถ้าไม่ได้ทีมงานคนไทยที่เป็นมืออาชีพมาช่วยในส่วนของการถ่ายทำและประสานงาน ก็ทำให้ขออนุญาตหน่วยงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ถ่ายทำสะดวกขึ้น และได้ผลงานที่มีคุณภาพ"
 
ปีนี้ (2556) มีกองถ่ายจากต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทยกว่า 600 เรื่อง สร้างรายได้ให้ประเทศเกือบสองพันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ถึง 12 % กองถ่ายต่างชาติจำนวนไม่น้อยเลือกใช้บริการของบริษัท Production House ไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำเอกสารขออนุญาตกองกิจการภาพยนตร์ในการถ่ายทำ รวมถึงช่วยติดต่อหาทีมงานและนักแสดง โดยการถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยถือได้ว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติ เพราะทีมงานไทยมีประสบการณ์มาก มีอุปกรณ์ครบครัน และยังมีสถานที่ถ่ายทำอันงดงาม
 
มุทิตา ณ สงขลา ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินโดไชน่า โปรดักชั่นส์ กล่าวว่า "“ต้องดูสคริปต์ก่อน แล้วขออนุญาตฟิล์มบอร์ดไทย ซึ่งไทยได้เปรียบมากทั้งด้านบุคลากร สถานที่ ซึ่งภาครัฐต้องให้ความช่วยเหลือ อุปกรณ์มีพร้อมทุกอย่าง ซึ่งขณะนี้เรายังนำอยู่ในแถบอาเซียน”
 
ด้านเกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ กล่าวว่า “มันอยู่ที่การเปิดกว้างของภาครัฐที่ควบคุม คือขณะนี้มีคนส่งเสริมแล้ว แต่ก็มีการควบคุมอยู่ ดังนั้นเราต้องผ่อนคลายการควบคุมหลายอย่าง ซึ่งจะทำให้คนต่างชาติได้มาถ่ายทำในประเทศเรามากขึ้น"
 
การส่งเสริมจากรัฐบาล การเปิดกว้างทางด้านเนื้อหาของภาพยนตร์ที่จะเข้ามาถ่ายทำ คือสิ่งที่คนในวงการภาพยนตร์ไทยหวังให้มีการสนับสนุน เพื่อช่วยกระตุ้นทีมงานต่างชาติให้มาถ่ายทำในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศต่อไป เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพ จัดฉายภาพยนตร์คุณภาพกว่า 60 เรื่อง จาก 25 ประเทศทั่วโลก ถึงวันที่ 24 พ.ย.2556นี้ ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์
 


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน