สธ.ประกาศ5มาตรการรับมือไวรัสเมิร์ส เกาหลีใต้ปิด70ร.ร.-กระทบท่องเที่ยว

สธ.ประกาศ5มาตรการรับมือไวรัสเมิร์ส เกาหลีใต้ปิด70ร.ร.-กระทบท่องเที่ยว

สธ.ประกาศ5มาตรการรับมือไวรัสเมิร์ส เกาหลีใต้ปิด70ร.ร.-กระทบท่องเที่ยว

รูปข่าว : สธ.ประกาศ5มาตรการรับมือไวรัสเมิร์ส เกาหลีใต้ปิด70ร.ร.-กระทบท่องเที่ยว

สธ.ประกาศ5มาตรการรับมือไวรัสเมิร์ส เกาหลีใต้ปิด70ร.ร.-กระทบท่องเที่ยว สธ.เตรียมรับมือไวรัสเมิร์สที่ระบาดหนักในเกาหลีใต้จนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ขณะที่โรงเรียนในเกาหลีใต้กว่า 700 แห่งทั่วประเทศ หยุดสอนเพื่อป้องกันการระบาดแล้ว

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2558 รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสเมิร์สรายใหม่ 5 คน ส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 35 คน ส่วนผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 2 คนเท่าเดิม นอกจากนี้ยังมีอีกมากกว่า 1,300 คนที่เสี่ยงติดเชื้อ โดยบางส่วนถูกกักบริเวณเพื่อเฝ้าดูอาการ และบางคนได้รับคำแนะนำให้อยู่แต่ในที่พัก

ความตื่นตระหนกในครั้งนี้ทำให้โรงเรียนทั่วประเทศมากกว่า 700 แห่งปิดทำการชั่วคราว เพื่อป้องกันการระบาด เนื่องจากเด็กและผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ประชาชนทั่วไปในกรุงโซลเริ่มสวมหน้ากากอนามัยมากขึ้น ด้านองค์การอนามัยโลกคาดว่าจะมีการติดเชื้อในเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้การระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมิร์ส ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้แล้ว โดยสำนักงานการท่องเที่ยวเกาหลี ระบุว่านักท่องเที่ยวจากจีนและไต้หวันรวมประมาณ 7,000 คน ได้ยกเลิกการเดินทางไปเกาหลีใต้

ก่อนหน้านี้ น.ส.ปาร์ค กึน แฮ ประธานาธิบดี เข้าร่วมการประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางรับมือกับการระบาด และผ่อนคลายความกังวลของประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าตอบสนองกับการระบาดช้าเกินไป หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่ามีผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นชายวัย 68 ปี ที่เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย

ล่าสุด ทางการเกาหลีใต้ตกลงที่จะช่วยเหลือรัฐบาลเกาหลีเหนือ ด้วยการติดตั้งกล้องตรวจวัดอุณหภูมิในนิคมอุตสาหกรรมแกซองที่เกาหลีทั้งสองฝ่ายลงทุนร่วมกัน โดยนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวมีชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าไปทำงานวันละประมาณ 500 คน และมีคนงานชาวเกาหลีเหนืออยู่ในนิคมประมาณ 53,000 คน

ขณะนี้ทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อเมิร์ส 1,161 คน เสียชีวิต 436 คน ใน 20 กว่าประเทศ ซึ่งประเทศที่มีการระบาดรุนแรงที่สุด คือ ซาอุดิอาระเบีย ไวรัสดังกล่าวยังไม่มีวัคซีนและไม่มีทางรักษา ถือเป็นไวรัสที่อันตรายกว่าโรคระบบทางเดินหายใจบกพร่องหรือ "ซาร์ส" แต่โอกาสที่จะติดเชื้อยากกว่า

ในส่วนของประเทศไทย นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้สั่งให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือเมิร์สในเกาหลีใต้และจีนอย่างใกล้ชิด รวมถึงเน้นการเตรียมการความพร้อมในประเทศ 5 ด้าน แม้จะยังไม่มีผู้ป่วยโรคนี้ในประเทศไทย ได้แก่

1.การประเมินความเสี่ยง โดยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศ และประสานงานองค์การอนามัยโลก
2.การเฝ้าระวังประชาชนกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มที่เดินทางเข้า-ออกกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ต้องมีระบบการติดตามเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน การให้ความรู้ คำแนะนำ
3.การดูแลรักษาผู้ป่วยมีอาการในข่ายสงสัย ต้องอยู่ในห้องแยกเฉพาะ และมีระบบการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล 4.ความพร้อมการตรวจวินิจฉัยยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ และ 5.ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชน ไม่ให้เกิดความตระหนกและให้ความร่วมมือการป้องกันควบคุมโรค

สำหรับประชาชนที่เดินทางไปตะวันออกกลาง ควรงดการสัมผัสกับอูฐหรือดื่มนมอูฐดิบ ล้างมือฟอกสบู่บ่อย ๆ และหากเดินทางกลับประเทศไทยแล้วภายใน 2 วัน หากมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ และไม่หาย ให้รับไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากแหล่งแพร่โรคนี้ยังอยู่ในประเทศตะวันออกกลางเป็นหลัก เชื้อชนิดนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส เริ่มพบในคนครั้งแรกเมื่อปี 2555 โรคนี้ติดต่อกันได้ 3 ทาง คือ การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง ติดผ่านการไอจาม และการสัมผัสของใช้ของผู้ป่วย


กลับขึ้นด้านบน