สีสันเพลงเชียร์ ยูโร 2016

สีสันเพลงเชียร์ ยูโร 2016

สีสันเพลงเชียร์ ยูโร 2016

นอกจากบรรเลงเพลงแข้งแข่งกันแล้ว สีสันของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปีนี้คือเพลงเชียร์ของแต่ละทีม ซึ่งใช้เป็นสิ่งแทนกำลังใจที่แฟนบอลมีต่อทีมรักของตนเอง

รูปข่าว : สีสันเพลงเชียร์ ยูโร 2016

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 15 หรือฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ เลือกให้ เดวิด เกต้า ดีเจแถวหน้าแดนน้ำหอม มาเป็นผู้แต่งเพลงเชียร์ประจำการแข่งขันในครั้งนี้อย่าง This One's for You ซึ่งไม่แปลกที่เจ้าภาพเลือกให้เพลงประจำการแข่งขันที่คนทั่วโลกสนใจ ขับร้องในภาษาอังกฤษ แต่ที่แปลกคือเพลงเชียร์ทีมชาติตราไก่ในยูโรครั้งนี้ ร้องในภาษาอังกฤษเช่นกัน คือเพลง I Was Made for Lovin' You (My Team) ที่วงร็อกฝรั่งเศส Skip the Use นำเพลงเก่าของ Kiss มาร้องใหม่ แต่ถูกรัฐมนตรีที่ดูแลหน่วยงานด้านการส่งเสริมการใช้ภาษาฝรั่งเศส ตำหนิว่าเอาภาษาของทีมคู่แข่ง มาใช้เป็นเพลงเชียร์ทีมชาติหน้าตาเฉย

ทีมอินทรีเหล็ก ตัวเต็งกลุ่มซี ที่มาพร้อมกับศักดิ์ศรีของแชมป์โลก ก็ดึงเอา เฮอร์เบิร์ต โกรเนอไมเยอร์ อดีตผู้ประพันธ์เพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ มาร่วมงานกัน เฟลิกซ์ เย็น ดีเจดาวรุ่งชาวเยอรมัน ในเพลง เยเดอร์ เฟอร์ เยเดน ที่สื่อถึงพลังที่เกิดจากความสามัคคี โดยได้พลพรรคอินทรีเหล็กมาร่วมร้องประสานด้วย

กลุ่มดี ที่ได้ชื่อว่าเป็นกรุ๊ปออฟเดธ มีทีมที่มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์หลายทีม แต่ชาติที่ตื่นตัวเรื่องเพลงเชียร์มากที่สุดในกลุ่มนี้ ต้องยกให้กับทีมตราหมากรุก โครเอเชีย เพราะมีเพลงใหม่ๆ ออกมาแทบทุกทัวร์นาเมนต์ แต่ถ้าพูดถึงเพลงเก่าที่ยังครองใจชาวโครแอต ต้องยกให้กับ ลีเยพา ลี ซี่ เพลงดังของ Thompson วงร็อกระดับตำนานของโครเอเชีย ที่โด่งดังในหมู่แฟนบอลแทบไม่ต่างจากเพลงชาติ ต้องเปิดทุกครั้งที่ทีมแข่งในบ้าน และถ้าเก็บชัยนอกบ้านได้ บรรดานักเตะและแฟนบอล ก็จะร่วมกันร้องเพลงนี้ด้วยกันในสนาม

กรุ๊ปออฟเดธอีกกลุ่ม คือกลุ่มอี ซึ่งมีทีมฟอร์มแกร่งอย่าง เบลเยี่ยม เป็นทีมวาง โดยคราวนี้ปีศาจแดงแห่งยุโรป มาด้วยเพลงโอวากาเยร์ ผลงานการแต่งโดยดาวตลกชื่อดังของเบลเยี่ยม Kiki the Innocent ที่ชื่อเพลงแปลตรงตัวง่ายๆ ว่า เราจะชนะ ตามความหวังของแฟนบอลเบลเยี่ยม ที่ต้องการเห็นทีมจอมเทคนิกทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของยุโรปให้ได้สักครั้ง

ที่เคยสัมผัสแค่รองแชมป์ยังรวมถึงทีมโปรตุเกสในกลุ่มเอฟ ที่คราวนี้ เปโดร อาบรุนโอซ่า ศิลปินรุ่นใหญ่จากดินแดนฝอยทอง ได้ดัดแปลงเพลงฮิตในอดีต มาแปลงเป็นเพลงเชียร์ ซึ่งความหมายในภาษาอังกฤษว่า All I give you - We Portugal ซึ่งเป็นหนึ่งในแคมเปญ We are 11, we are 11 million ซึ่งเป็นการสื่อให้เห็นว่า ผู้เล่น 11 คนในสนาม กำลังทำหน้าที่แทนประชากรทั้ง 11 ล้านคนในประเทศโปรตุเกสนั่นเอง

สำหรับกลุ่มบี อังกฤษ ซึ่งเป็นผู้นำวงการเพลงของยุโรปนั้น แม้ไม่มีเพลงเชียร์ทีมชาติอย่างเป็นทางการ แต่ปีนี้ก็มีศิลปินแต่งเพลงเชียร์ทีมสิงโตคำรามหลายเวอร์ชั่น ที่ดังที่สุดคือ We Are England ของวง Four Lions วงเฉพาะกิจของ Shaun Ryder หัวหน้าวง Happy Mondays ซึ่งผลตอบรับดูจะสู้เพลงของเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างเวลส์ไม่ได้ เพราะทีมมังกรแดงซึ่งได้มาลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งศตวรรษ ได้ Manic Street Preachers ยอดวงอัลเทอร์เนทีฟ ร็อก ระดับตำนาน ร่วมส่งเพลง Together Stronger (C'mon Wales) ซึ่งมีการนำชื่อนักฟุตบอลทีมชาติ ไปร้อยเรียงเข้ากับเนื้อเพลงอย่างลงตัว

เพื่อนบ้านอังกฤษอีก 2 ทีมที่ลุยยูโรโดยไม่มีเพลงเชียร์อย่างเป็นทางการ มีการแฟนเพลงสรรหาเพลงมาให้กำลังใจ ไอร์แลนด์เหนือ มีเพลงอย่าง Will Grigg's On Fire ที่แฟนเพลงทีม Wigan ดัดแปลงเพลงแดนซ์ปี 1990 เพื่อสดุดี วิล เกร็ก ยอดหัวหอกไอร์แลนด์เหนือ จนกลายเป็นเพลงเชียร์ยอดฮิตในอังกฤษ โดยเวอร์ชั่นรีมิกซ์สไตล์แดนซ์ติดอันดับ top 10 ของชาร์ต iTunes เลยทีเดียว ส่วนผู้ชมอย่างคนไทยเรา ก็มีส่วนร่วมส่งแรงใจผ่านเพลงเชียร์เหมือนกัน เมื่อน้องๆ ของคณะนักร้อง Thai Tims มูลนิธิเด็กไทยที่ป่วยเป็นโรคดาวน์ซินโดรม ได้ร่วมร้องเพลงเพื่อเอาใจช่วยทีมชาติไอร์แลนด์โดยเฉพาะ

สมาคมฟุตบอลอังกฤษยุติการสรรหาเพลงเชียร์อย่างเป็นทางการให้กับทีมชาติอังกฤษมาได้ 10 ปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเลือกเพลงใดมาใช้ ก็ไม่สามารถทดแทนความโด่งดังของ Three Lions เพลงเชียร์ปี 1996 ของวง Lightning Seeds ที่ได้ชื่อว่าเป็นเพลงเชียร์ที่โดนใจแฟนทีมสิงโตคำรามมากที่สุดก็ว่าได้

กลับขึ้นด้านบน