รัฐบาลเอาใจ "เอสเอ็มอี" ดันมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่ ปล่อยกู้ 3 หมื่นล้าน

รัฐบาลเอาใจ "เอสเอ็มอี" ดันมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่ ปล่อยกู้ 3 หมื่นล้าน

รัฐบาลเอาใจ "เอสเอ็มอี" ดันมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่ ปล่อยกู้ 3 หมื่นล้าน

รูปข่าว : รัฐบาลเอาใจ "เอสเอ็มอี" ดันมาตรการช่วยเหลือรอบใหม่ ปล่อยกู้ 3 หมื่นล้าน

รัฐบาลผลักดันมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรอบใหม่ให้กู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติวงเงินร่วมทุนเอสเอ็มอีและลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งหน่วยงานดูแลเอสเอ็มอีเป็นหลัก

วันนี้ (21 ก.ค.2559) นายสมคิดเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Rescue Center) เพื่อแก้ปัญหาการจัดการธุรกิจและสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ โดยศูนย์แห่งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน 13 หน่วยงาน มีจุดรับเรื่อง 3,800 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้ขอความช่วยเหลือจะถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ประกอบการที่มีปัญหาด้านการเงิน ผู้มีปัญหาด้านการจัดการ และผู้ที่ฟื้นฟูได้ยาก เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงจุด

เบื้องต้นจะมีความช่วยเหลือจากกองทุนพลิกฟื้น SMEs ที่ให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 7 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ

นายสมคิดยังได้สั่งการกระทรวงอุตสาหกรรมปรับบทบาทและโครงสร้างเพื่อช่วยเหลือดูแลเอสเอ็มอีเป็นหน้าที่หลัก และรองรับเอสเอ็มอี 4.0 ในอนาคตมากกว่าที่จะกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายเช่นปัจจุบัน

รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ในสัปดาห์หน้า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อร่วมทุนกับเอสเอ็มอี โดยเข้าไปเป็นหุ้นส่วน ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ช่วยเหลือด้านการเงิน การวิจัยและพัฒนา ให้กับบริษัทเล็กสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ขณะที่สถาบันการเงิน 18 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงปล่อยสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟท์โลน ครั้งที่ 3 สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีไทย เงินกู้นี้นำไปใช้เพื่อการก่อสร้าง โรงงาน ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่เท่านั้น ไม่สามารถนำไปรีไฟแนนซ์หรือปล่อยกู้ที่อยู่อาศัยได้ ในอัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี นาน 7 ปี และไม่จำกัดวงเงินปล่อยกู้ต่อราย กำหนดการยื่นกู้จนถึง 31 ธ.ค.2559 คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการได้ประมาณ 2,000 ราย

 

 

กลับขึ้นด้านบน