เตือนน้ำยมทะลักกำแพงเพชร-พิจิตร ตัวเมืองน่านน้ำลด “เวียงสา-ภูเพียง” ยังอ่วม

เตือนน้ำยมทะลักกำแพงเพชร-พิจิตร ตัวเมืองน่านน้ำลด “เวียงสา-ภูเพียง” ยังอ่วม

เตือนน้ำยมทะลักกำแพงเพชร-พิจิตร ตัวเมืองน่านน้ำลด “เวียงสา-ภูเพียง” ยังอ่วม

รูปข่าว : เตือนน้ำยมทะลักกำแพงเพชร-พิจิตร ตัวเมืองน่านน้ำลด “เวียงสา-ภูเพียง” ยังอ่วม

เจ้าหน้าที่พยาบาลจากฝ่ายเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน พร้อมด้วยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 324 ลงเรือนำยาไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะป้องกันโรคฉี่หนู ยาแก้ผื่นคัน ยาแก้ติดเชื้อ และน้ำยาล้างแผล พร้อมแนะนำในการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ หลังถูกน้ำท่วม

วันนี้ (17 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ น้ำในเขตเทศบาลเมืองน่าน เริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ยังท่วมในหลายชุมชน ส่วนมวลน้ำได้ไหลไปยังพื้นที่อ.เวียงสาและภูเพียง ส่วนที่จ.พะเยา ทหารเข้าไปช่วยชาวบ้านย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 ส.ค.) มีมวลน้ำขนาดใหญ่จากจ.แพร่ไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองแพร่

นอกจากมาตรการช่วยเหลือแล้ว ยังได้ตั้งศูนย์บัญชาการและจุดอพยพผู้คนที่ได้รับผลกระทบไปยังพื้นที่สูง โดยยังคงเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกินวิกฤติก็จะแจ้งเตือนประชาชนทันที

ส่วนที่อ.ปง ที่ก่อนหน้านี้น้ำท่วม ขณะนี้น้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน ส่วนนายนพรัตน์ คันทะเรศร์ ชาวบ้านที่ถูกน้ำพัดหายไปตั้งแต่เมื่อวาน พบศพแล้ว โดยถูกน้ำพัดห่างออกไปประมาณ 300 เมตร

ที่จ.เชียงราย ทหารจากมณฑลทหารบกที่37 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ช่วยชาวบ้านนางแลใน หมู่ 7 ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย ทำความสะอาดบ้าน ที่เสียหายจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ล่าสุดน้ำได้ลดลงแล้ว แต่มีทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

ด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สรุปการเกิดน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม เกิดขึ้นใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองเชียงราย เชียงแสน เวียงแก่น เวียงป่าเป้า และขุนตาล กินพื้นที่ 11 ตำบล 32 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชานเสียหายรวม 100 หลังคาเรือน

สำหรับฝนที่ยังตกต่อเนื่อง ก็ทำให้ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายจังหวัดในภาคเหนือ ยังคงสั่งให้เจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังคนและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์

 

นอกจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือที่ยังวิกฤตอยู่ในหลายพื้นที่ พื้นที่ภาคกลางตอนบนหลายจังหวัดที่จะรับน้ำต่อ ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นแล้ว เช่นที่จังหวัดพิจิตร ที่เป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และรับน้ำโดยตรงจากแม่น้ำยมจากสุโขทัยและพิษณุโลก พบว่าขณะนี้ระดับน้ำเริ่มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว

แม่น้ำยม ซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำใน 4 สายทางภาคเหนือ ขณะนี้แม่น้ำยม ที่ไหลผ่าน 4 อำเภอของพื้นที่จ.พิจิตร คือ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอ.โพทะเล ระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำยมจากตอนบน เริ่มไหลลงมายังในพื้นที่จ.พิจิตร โดยที่ ต.รังนก อ.สามง่าม มีระดับเพิ่มสูงขึ้นวันละ 10-20 เซนติเมตร

ขณะที่ศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนล่าง รายงาน ระดับน้ำในแม่น้ำยมว่า มีปริมาณน้ำ อยู่ที่ 2.82 เมตร ยังต่ำกว่าตลิ่งถึง 3 เมตร

ขณะที่จ.พิจิตร เฝ้าระวังติดตามระดับน้ำทางตอนบน และเฝ้าระวังในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ต.รังนก อ.สามง่าม ต.บางลาย อ.บึงนาราง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี

ส่วนที่จ.กำแพงเพชร นายปรเมศวร์ จอนแจ้ง หัวหน้าจัดสรรน้ำโครงการชลประทานกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมประเทศไทยตอนบนมีโอกาสเกิดอุทกภัยจากภาวะฝนตก หนักและพายุที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน

เพื่อติดตามสภาพฝน น้ำท่า ที่อาจมีแนวโน้มเกิดอุทกภัย และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ข้อมูลข่าวสาร และการช่วยเหลือบรรเทาภัยราษฎร เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เพื่อแจ้งเตือนกับเกษตรกร และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันเวลา

นอกจากนี้ โครงการชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร ยังเป็นศูนย์กลางประสานงานภาพรวมระหว่าง จ.ตาก แพร่ และสุโขทัย ด้วย หากมีฝนตกในพื้นที่จ.กำแพงเพชร มากกว่า 60 มิลลิเมตรต่อเนื่องกัน 2-3 วัน จุดที่เสี่ยง ต่อการเกิดน้ำหลาก จะอยู่ในอ.คลองขลุง อ.คลองลาน เนื่องจากลำน้ำมีขนาดเล็ก เมื่อมีฝนตกลงมาจำนวนมากไม่สามารถรองรับน้ำได้ น้ำจะมาท่วม แต่ก็ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 วัน

หลายจังหวัดในภาคเหนือยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม จ.น่าน น้ำในเขตตัวเมืองเริ่มลดลง แต่มวลน้ำไหลไปท่วมในพื้นที่อ.เวียงสาและอ.ภูเพียง แทน

 

กลับขึ้นด้านบน