ส.ส.ท.แจงผลดำเนินงานปี 58 ย้ำทำตามวัตถุประสงค์ 6 ด้าน - ข้อเสนอแนะ สนช.

ส.ส.ท.แจงผลดำเนินงานปี 58 ย้ำทำตามวัตถุประสงค์ 6 ด้าน - ข้อเสนอแนะ สนช.

ส.ส.ท.แจงผลดำเนินงานปี 58 ย้ำทำตามวัตถุประสงค์ 6 ด้าน - ข้อเสนอแนะ สนช.

รูปข่าว : ส.ส.ท.แจงผลดำเนินงานปี 58 ย้ำทำตามวัตถุประสงค์ 6 ด้าน - ข้อเสนอแนะ สนช.

ผอ.ส.ส.ท.ชี้แจงผลดำเนินการปี 2558 ต่อ สนช.ย้ำดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ.ขององค์กร และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ใน 6 ด้านสำคัญ พร้อมทั้งปรับปรุงการทำงานตามคำแนะนำของ สนช.

วันนี้ (2 ก.ย.2559) คณะผู้บริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. หรือภายใต้ชื่อ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำโดย รองศาสตราจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานคณะกรรมการนโยบาย นายกฤษฎา เรืองอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. พร้อมด้วยรอง ผอ.ส.ส.ท.ทั้ง 3 คน คือ นายอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์,นายสุวิทย์ สาสนพิจิตร์ และรศ.วิลาสินี พิพิธกุล เข้ารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 ตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยปี 2551 ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผอ.ส.ส.ท. กล่าวรายงานผลการดำเนินการประจำปี 2558 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทั้ง 6 ด้าน ที่นำคำเสนอแนะจาก สนช.จากการรายงานครั้งก่อนมาปรับแผนดำเนินการ และสอดรับนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย

1.การดำเนินการด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สนับสนุนสังคมที่มีคุณภาพและคุณธรรรมบนพื้นฐานความเป็นไทย แม้จะไม่รับการจัดสรรคลื่นวิทยุจาก กสทช. ไทยพีบีเอสได้มีการจัดวิทยุออนไลน์วันละ 16 ชั่วโมงที่มีเนื้อหารายการสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค อาเซียน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และแรงงาน โดยในปี 2559 นี้จะร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เพื่อเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ขณะที่สื่อโซเชียลมีเดีย ทวิตเตอร์ และเฟซบุ็ก มีผู้ติดตามกว่า 3.3 ล้านคน และปี 2560 จะได้เพิ่มงบประมาณให้สื่อใหม่ฯ ร้อยละ 20 ในการดำเนินการอีกด้วย

2.การผลิตรายการด้านข่าวสาร สาระประโยชน์ทางการศึกษา สาระบันเทิงในสัดส่วนที่เหมาะสม มีความหลากหลายในมิติต่างๆ โดยในปี 2560 มีแผนขยายเครือข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินให้ครอบคลุมประชากรไทยที่ร้อยละ 95

3.ส่งเสริมการให้ความรู้ประชาชนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยการสนองนโยบายของรัฐบาลโครงการลดภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 70 จากการเปลี่ยนโครงข่ายแอนะล็อคเป็นดิจิทัล และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเดิมสูงสุดถึง 12 เท่าตัว และไทยพีบีเอสจะเป็นสถานีโทรทัศน์รายแรกที่จะยุติการดำเนินการระบบแอนะล็อคได้

4.ส่งเสริมเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตย ด้วยการผลิตข่าวสารที่เป็นรายการข่าวร้อยละ 51.6 และ รายการสาธารณะประโยชน์ การศึกษา สาระบันเทิงที่ร้อยละ 48.3 ซึ่งมีการนำเสนอข่าวที่สามารถช่วยและส่งผลกระทบต่อประชาชน ทั้งการเสนอข่าวสัมปทานเหมืองแร่ ข่าวการทจุริตเครื่องครุภัณฑ์ออกกำลังกาย และการให้ความสำคัญกับข่าวเจาะลึกสืบสวนสอบสวน รวมถึงการเพิ่มเวลาข่าวในช่าวข่าวเช้าและข่าวภาคค่ำ

5.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนทางตรงและทางอ้อม โดยการสนับสนุนการรณรงค์เลิกเหล้าและบุหรี่ในรายการต่างๆ และการเสนอรายการชุมชนต้นแบบที่รณรงค์การเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีการเกาะติดสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ตั้งแต่เกิดเหตุจนกระทั่งมาตรการป้องกันและเตรียมความพร้อม ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปี 2558-2559 นอกจากนี้ยังมีการสร้างแรงบันดาลใจปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เยาวชนอีกด้วย

6 สนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์อื่นๆ โดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นช่องเดียวที่จัดตั้งศูนย์คนหายไทยพีบีเอส ซึ่งปี 2558 ได้รับแจ้งเหตุมีคนหาย 352 คน สามารถติดตามได้ 190 คน ซึ่งลดความสูญเสียได้มากกว่า 400 ล้านบาท และยังมีความร่วมมือในระดับนานาชาติ ร่วมการจัดประชุมใหญ่ของ ATBD ที่จังหวัดเชียงใหม่และยังมีความร่วมมือในการผลิตสารคดี Big City โดย Television America Latina และในปี 2559 จะมีการพัฒนาหลักสูตร รู้เท่าทันสื่อสำหรับเด็กประถมและมัธยม ร่วมกับ กสทช.และยูเนสโก และจะบรรจุเข้าในหลักสูตรของโรงเรียนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ผอ.ส.ส.ท. ระบุว่า อาจหาช่องทางเรื่องการจัดหาทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายเนื้อหาสาระดีๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีรายได้จากการขายเนื้อหารวม 47 ล้านบาท

ขณะที่ นางจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สนช.เสนอแนะให้ไทยพีบีเอสนำเสนอข้อมูลให้ความรู้แก่เยาวชนในกรณีสื่อลามกจากสื่อออนไลน์ ส่วนนายวิทยา ฉายสุวรรณ สนช. กล่าวขอบคุณที่ได้มีการนำข้อเสนอจาก สนช.ไปปรับปรุง พร้อมเสนอให้สื่อสาธารณะให้ความสำคัญในการเผยแพร่โครงการ สนช.พบประชาชนในพื้นที่แต่ละจังหวัด

 

กลับขึ้นด้านบน