กกพ.เตรียมปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.2560 เป็นของขวัญปีใหม่

กกพ.เตรียมปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.2560 เป็นของขวัญปีใหม่

กกพ.เตรียมปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.2560 เป็นของขวัญปีใหม่

รูปข่าว : กกพ.เตรียมปรับลดค่าไฟฟ้าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.2560 เป็นของขวัญปีใหม่

สนพ.คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 42-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศเปลี่ยนแปลงไม่เกินลิตรละ 1-2 บาท ขณะที่ กกพ.เตรียมปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) เดือนมกราคม - เมษายนปีหน้าลงถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

วันนี้ (20 ธ.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมเพื่อพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าเอฟที รอบใหม่ เดือนมกราคมถึงเมษายน 2560 ในวันพรุ่งนี้ (21 ธ.ค.) คาดว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อาจคงอัตราเดิม หรือลดลงได้บ้างไม่เกิน 5-6 สตางค์ต่อหน่วย จากปัจจุบันค่าเอฟที ติดลบที่ 33.29 สตางค์ แม้สัญญาณค่าไฟฟ้าปีหน้าจะเป็นช่วงขาขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันที่น่าจะอยู่ที่ระดับ 50-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยขยับขึ้น 10 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าเทียบกับปีนี้ ราคาน้ำมันจะสะท้อนในราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลัก และค่าเงินบาทที่อ่อนที่จะกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิง

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในปีหน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 42-52 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมไม่น่าเพิ่มขึ้นจากปีนี้มากนัก โดยเฉลี่ยอาจจะบวกลบ 1-2 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้ สนพ.เปิดเผยผลการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่ผ่านมา มีทั้งที่เป็นไปตามแผนและช้ากว่าแผน เช่น แผนพีดีพี หรือพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยปี 2558 - 2579 ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะลดการใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าร้อยละ 59 แต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังอยู่ที่ร้อยละ 64 เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินล่าช้ากว่ากำหนด รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการซื้อ ไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าหากหลายโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ ก็อาจต้องปรับใหม่ โดยเห็นว่ายังต้องกระจายเชื้อเพลิงให้ได้มากที่สุดเพื่อลดความเสี่ยง

ทั้งนี้ รัฐควรมีการทบทวนการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ และบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน