ทช.เผยข่าวดีผลสำรวจ“พะยูน”ทะเลตรังพบ 169 ตัว

ทช.เผยข่าวดีผลสำรวจ“พะยูน”ทะเลตรังพบ 169 ตัว

ทช.เผยข่าวดีผลสำรวจ“พะยูน”ทะเลตรังพบ 169 ตัว

รูปข่าว : ทช.เผยข่าวดีผลสำรวจ“พะยูน”ทะเลตรังพบ 169 ตัว

เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นพื้นที่มีพะยูน 169 ตัว แม้ว่าในรอบ 10 ปีจำนวนพะยูนลดลงมาก แต่ขณะนี้ทีมอาสาสมัครจากหลายประเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานวิจัยสำรวจสาเหตุและความเปลี่ยนแปลง พร้อมเสนอเกาะลิบง เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 24-30 มี.ค.ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. นำโดยนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ร่วมกับนักบินชาวต่างชาติ มหา วิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำเครื่องบินเล็ก และอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ใช้ในภารกิจการสำ รวจพะยูน รอบเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ครอบคลุมพื้นที่รอบเกาะกว่า 30,000 ไร่ เขตอุท ยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง นับจากบริเวณหัวแหลมเกาะมุก เกาะตะลิบง ต.เกาะลิบง จ.ตรัง

โดยข้อมูลและภาพถ่ายที่บันทึกได้ จะถูกวิเคราะห์ เก็บข้อมูล รวมทั้งศึกษาการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการเพิ่มหรือลดลง ของจำนวนพะยูน

ภูวไนย วรรณมะกอก นักบินอาสาสมัคร  บอกว่า การบินเพื่อสำรวจพะยูน จะบินแต่ละรอบใช้เวลา 2 ชั่วโมง เป็นแนวเส้นขนาน ระยะห่าง 1 - 1.5 กิโลเมตร เมื่อพบฝูงพะยูน นักบินจะ แจ้งพิกัด ไปยังทีมภาคพื้น เพื่อใช้ โดรน บินบันทึกภาพตามพื้นที่เป้าหมายอีกครั้ง

 


ขณะที่ นายก้องเกียรติ บอกว่า รอบเกาะลิบง  มีระบบนิเวศน์ที่เอื้อต่อการทำให้มีเจริญเติบโตของหญ้าทะเลครอบคลุมพื้นที่กว่า 25,000 ไร่ ส่งผลให้พะยูน มาหากินในบริเวณนี้ แต่ผลการสำรวจรอบนี้มีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี โดยปัจจุบันพบว่า พะยูนเพิ่มขึ้นจาก 120 ตัว เมื่อ 10 ปีก่อน เพิ่มเป็น 169 ตัวในปีนี้ และยังพบพะยูนคู่แม่ลูกมากกว่า 10 คู่ โดยเฉพาะที่เกาะตะลิบง จ.ตรัง ถือเป็นแหล่งพะยูนที่อาศัยมากที่สุดของประเทศไทย 

เขาบอกว่า  ขณะที่แนวทางการจัดการอนุรักษ์พะยูนอย่างยั่งยืน หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า บริ เวณใดที่มีหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีพะยูนหากินอยู่เป็นจำนวนมาก หรือที่เรียกว่าพื้นที่ไข่แดง ต้องกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ หรือห้ามทำการประมงทุกชนิด  เพื่อให้เป็นแหล่งอาศัย หากินสำคัญของพะยูน ทั้งนี้ ชุมชนจะต้องมีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์พะยูนด้วย 

 

 

กลับขึ้นด้านบน